JTS วิ่งขึ้น 4.17% มาที่ 62.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 65.12 ล้านบาท เมื่อเวลา 11.58 น. จากราคาเปิด 59.50 บาท ราคาสูงสุด 63.50 บาท ราคาต่ำสุด 59.50 บาท
บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น [JTS] ประกาศก้าวสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ สู่การเป็น "Thailand Space Champion"
JTS เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 24 ก.พ.69 มีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าลงทุนใน บริษัท อีออส ออร์บิท จำกัด (EOS) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมและระบบอวกาศครบวงจรของไทยครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ประกอบ และทดสอบ ดาวเทียมขนาดเล็ก (Small Satellite/CubeSat) ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีภาคพื้นดินและระบบสื่อสารที่เกี่ยวข้องโดยจะเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนใหม่ของ EOS เพื่อถือหุ้น 19.23% ภายหลังการเพิ่มทุน ด้วยจำนวนเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท เพื่อเร่งสร้างขีดความสามารถด้าน Space Economy และ AI Infrastructure ซึ่งจะเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในทศวรรษหน้า
สำหรับการถือหุ้นใน EOS เป็นการลงทุนในธุรกิจผลิตอากาศยานอวกาศ ดาวเทียม และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการจัดตั้งสถานีวิทยุคมนาคม (Ground Station) นับเป็นการขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจของบริษัทสู่กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง (High-Technology Industry) ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับสากล ซึ่งจะทำให้ JTS ขยายฐานธุรกิจสู่กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่มสูงและขยายฐานเข้าสู่อุตสาหกรรม Space Economy ซึ่งมูลค่าตลาดโลกคาดว่าจะสูงถึง 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 78 และตลาดอวกาศของไทยมีมูลค่าสูงถึง 56,000 ล้านบาทที่พร้อมเติบโตในทุกปี
ปัจจุบัน EOS เป็นบริษัทไทยเพียงรายเดียวที่มีดาวเทียม Low Earth Orbit : LEO ที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้จริงมีความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นทั้งภาครัฐและภาคเอกชนและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงในระยะยาวด้วย
นอกจากนี้ ยังเป็นการต่อยอดศักยภาพด้านเทคโนโลยีและองค์ความรู้ Generative AI โดยบริษัทจะได้ประโยชน์จากการนำโครงสร้างพื้นฐานด้าน GPU และ AI Computing ของบริษัท มาสนับสนุนการประมวลผลภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง (0.5m
ทั้งจะเปิดโอกาสให้ JTS เข้าถึงสัญญาภาครัฐที่ต้องใช้เทคโนโลยีด้านโครงการถ่ายภาพที่มีศักยภาพการเติบโตรายได้สูงและมีความยั่งยืน รวมทั้งยังเป็นการสร้างระบบนิเวศ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลครบวงจรด้าน GPU Farm สู่การเป็น Space DataIntelligence Platform แห่งแรกของไทย ที่รองรับความต้องการทั้งด้าน Connectivity และ Earth Observation ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกทั้งจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของบริษัทฯให้เป็นองค์กรที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจดิจิทัลและนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายของภาครัฐซึ่งเปิดโอกาสในการได้รับการสนับสนุนหรือความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในอนาคต
นอกจากนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท JTS ยังอนุมัติการเข้าลงทุนใน บริษัท อัลติเมต จำกัด (ULTIMED) โดย JTS จะถือหุ้นใน ULTIMED สัดส่วน 25% ภายหลังการเพิ่มทุนจดทะเบียน โดยบริษัทฯจะจ่ายค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท เพื่อสร้าง AI Healthcare โครงสร้างพื้นฐานสุขภาพดิจิทัล
การลงทุนใน ULTIMED จะเข้าสู่ธุรกิจสถานพยาบาลปฐมภูมิด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI-Powered Primary Care Clinic) นับเป็นการขยายฐานสู่อุตสาหกรรม AI Healthcare ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูง โดยให้บริการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมครบวงจร ทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ ผ่านระบบ AI-Native Clinic Operating System ซึ่งครอบคลุมระบบนัดหมาย เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ระบบวินิจฉัยโรค (AI Diagnosis) ระบบสั่งจ่ายยา (Prescribe)บริการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และบริการจัดส่งยาและผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ โดยในระยะที่ 1 มีเป้าหมายขยายสาขาให้ได้ 10 แห่งภายใน 2 ปีแรก
เป็นการต่อยอดธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีของบริษัทฯ สู่ภาคการแพทย์และสาธารณสุขบนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลครบวงจร โดยจะก่อให้เกิดความร่วมมือกับพันธมิตร Looloo Technology ซึ่งเป็นผู้พัฒนา AI ชั้นนำของประเทศ และเปิดโอกาสในการพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรม AI ร่วมกันในนาคต เพื่อครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อและการประยุกต์ใช้งานในภาคการแพทย์และสาธารณสุข
ทั้งนี้ JTS คาดว่าธุรกรรมการเข้าลงทุน EOS และ ULTIMED จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/69
คณะกรรมการบริษัทยังมีมติอนุมัติการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจาก บริษัท จัสมิน ซับมารีนเทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (JSTC) ซึ่ง JSTC มีผู้ถือหุ้น 100% คือ บมจ. จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล [JAS] ซึ่ง JAS เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อมรวมกัน 69.04% โดย JTS จะใช้เงินจาก JSTC เป็นทุนเข้าทำธุรกรรมการลงทุนใน EOS และ ULTIMED ภายในวงเงินไม่เกิน 550 ล้านบาท
สำหรับวิสัยทัศน์ระยะยาวของ JTS ได้มุ่งมั่นวางรากฐานด้าน Digital Sovereignty ในไทยอย่างเป็นระบบ ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลจากอวกาศ (Space Infrastructure), พลังประมวลผลขั้นสูง (AI Computing Infrastructure) และการประยุกต์ใช้ AI ในภาคสุขภาพและภาคเศรษฐกิจ (Applied AI Platform) ซึ่งการลงทุนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจในระยะสั้น แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว เพื่อให้ไทยมีบทบาทในเศรษฐกิจอวกาศโลก และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ เพื่อก้าวสู่การเป็น Tech Infrastructure Champion ของประเทศไทย