CONSENSUS: NSL หุ้นแซนด์วิชรับผลสงครามจำกัด ปี 69 รายได้โตระเบิด มาร์จิ้นอัพสูง-ราคาไม่แพง

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday March 16, 2026 15:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

CONSENSUS: NSL หุ้นแซนด์วิชรับผลสงครามจำกัด ปี 69 รายได้โตระเบิด มาร์จิ้นอัพสูง-ราคาไม่แพง

โบรกเกอร์ประสานเสียงเชียร์ "ซื้อ" หุ้น บมจ.เอ็นเอสแอล [NSL] เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 33.00 บาท หลังเคลียร์ปมเปลี่ยนแรงงานกัมพูชาจบสิ้น มั่นใจไตรมาส 1/69 ผลงานแกร่งเกินคาดรับอานิสงส์ Traffic ใน 7-11 พุ่งตามจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและการออกสินค้าใหม่เพียบ ฟากผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 13-15% รุกขยายอาณาจักรเบเกอรี่พร้อมคุมมาร์จิ้นแตะ 21%

ด้านนักวิเคราะห์ชี้ราคาหุ้นปัจจุบัน "ถูกเกินไป" เทรด P/E เพียง 10 เท่า สวนทางกำไรสุทธิที่มีลุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องที่ระดับ 650 ล้านบาท ยันสงครามตะวันออกกลางกระทบจำกัด

CONSENSUS: NSL หุ้นแซนด์วิชรับผลสงครามจำกัด ปี 69 รายได้โตระเบิด มาร์จิ้นอัพสูง-ราคาไม่แพง

ราคาหุ้น NSL ปิดเที่ยงวันนี้ที่ 22.70 บาท

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โบรกเกอร์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)

ฟินันเซีย ไซรัส ซื้อ 33.00

ทิสโก้ ซื้อ 32.00

หยวนต้า ซื้อ 30.00

ทรีนีตี้ ซื้อ 30.00

ยูโอบีเคย์เฮียน ซื้อ 30.00

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

น.ส.สุรีย์พร ทีวะสุเวยทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บลป.เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางผลประกอบการปี 69 ของ NSL โดยผู้บริหารตั้งเป้ารายได้เติบโต 13-15% ปัจจัยหนุนจากการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง และเป้า Gross Margin อย่าง Aggressive ระดับ 21% จากทั้งรายได้ที่เติบโตและการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ขณะที่สมมติฐานปัจจุบันของเราคาดรายได้เติบโต 11.5% y-y และ Gross Margin 19.1% ซึ่ง Conservative กว่าเป้าหมายของบริษัท

ความน่าสนใจของ NSL ในไตรมาส 1/69 คาดว่ารายได้เติบโตตามเป้า โดยรายได้หลักมาจากช่องทางขายในร้าน 7-11 ส่วนอีก 5% เป็นการส่งออก ซึ่งตลาดหลัก คือ สหรัฐและยุโรป ส่วนตะวันออกกลาง มีสัดส่วนเพียง 0.6% เท่านั้น

พร้อมคาดว่ากำไรไตรมาส 1/69 เบื้องต้นยังแข็งแกร่งที่ 165-170 ล้านบาท เติบโตดี q-q และลุ้นกลับมาโต y-y ได้อีกครั้ง หนุนจากรายได้ที่มีแนวโน้มเติบโตได้ตามเป้า

ส่วนสถานการณ์วัตถุดิบ ปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบจากสงคราม คาดกำไรทั้งปี 69 จะเติบโต +8% y-y มาที่ 654 ล้านบาท ทำ New High ต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ต้นทุนวัตถุดิบยังเป็นความเสี่ยงจากสถานการณ์สงคราม โดยวัตถุดิบหลักอย่าง แป้งสาลี ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ อาจเผชิญกับค่าขนส่งทางเรือที่สูงขึ้น แต่หากเทียบเป็นจำนวนเงินถือว่าต้นทุนยังไม่สูงมาก เพราะหลักๆ คือ เนย ชีส แฮม ไส้กรอก

ทั้งนี้ ราคาแป้งสาลีเคยขึ้นสูงสุดที่ 14 เหรียญ/บุชเชลในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งมีผลกระทบไม่มาก แต่รอบนี้ราคาขึ้นไปถึง 6 เหรียญ/บุชเชล ก็ยังคาดว่าคงกระทบไม่มากเช่นกัน ขณะที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นทำให้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น และหากสงครามยืดเยื้อก็จะทำให้บริษัทต้องแบกรับภาระตรงนี้ แต่ผู้ประกอบการทุกรายก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นกัน

NSL จึงเป็นหุ้นที่น่าสนใจ ผลประกอบการไม่ได้แย่ แต่ราคาหุ้นร่วงมามากจากปัญหาแรงงานกัมพูชาในช่วงไตรมาส 3/68 ทำให้หุ้น NSL ราคาไม่แพงแล้ว P/E ลงมาอยู่ที่ 10 เท่า ซึ่งภายหลังบริษัทฯได้แก้ไขปัญหานี้ไปเรียบร้อยแล้ว แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท

นักวิเคราะห์จาก บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในไตรมาส 1/69 นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเพิ่มขึ้นและเพิ่ม Traffic ในร้าน 7-11 ช่วยหนุนยอดขายสินค้าของ NSL อีกทั้งบริษัทยังร่วมกับพันธมิตรออกสินค้าใหม่ เช่น Yolk และเนื้อแท้ ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายได้ดี รายได้ NSL จึงไม่น่ากังวล เพราะบริษัททำได้ค่อนข้างดี

เมื่อเทียบกับปี 68 ที่ครึ่งปีหลังมีค่าใช้จ่ายด้านพนักงานที่เปลี่ยนจากชาวกัมพูชามาเป็นชาวเมียนมา ทำให้มีค่าเทรนพนักงานและอื่นๆ เพิ่มเติม กระทบกับอัตรากำไรขั้นต้น หรือมาริ์จิ้นลดลงไปเหลือ 18% กว่า จากช่วงครึ่งปีแรกที่ทำได้ 20-21%

มาในปี 69 บริษัทตั้งเป้ามาริ์จิ้นไว้ที่ 21% แต่ บล.หยวนต้า คาดไว้ที่ 19.8% จากปี 68 ที่ทำได้ทั้งปี 19.6% อย่างไรก็ดี ในไตรมาส 1/69 บริษัทมี Product Mix ดีขึ้น ทำให้มาริ์จิ้นกลับมายืนเหนือ 21% ได้

ความเสี่ยงจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางค่อนข้างจำกัด เพราะมียอดส่งออกไปตะวันออกกลางแค่ 1% แต่ก็ยังมีความเสี่ยงค่าขนส่ง ค่าไฟ อาจต้องลดค่าใช้จ่ายส่วนอื่นมาเพื่อชดเชย จึงคาดว่าจะควบคุมค่าใช่จ่ายได้ มองว่าสงครามน่าจะถึงจุดต่ำสุดไปแล้ว

ในปี 69 คาดการณ์ กำไรปกติ ที่ 648 ล้านบาท เติบโต 7%YoY ขณะที่ราคาหุ้นมี P/E 10 เท่า เทียบกับเมื่อก่อนอยู่ที่ 15-20 เท่า

บล.ลิเบอเรเตอร์ ระบุ มอง NSL แนวโน้มไปต่อ เทรดไม่แพง สะสมได้ โดยในไตรมาส 4/68 กำไรสุทธิ 142 ล้านบาท ขยายตัว +13.2% q-q แต่หดตัว -3.7% y-y อย่างไรก็ดี รายได้ขยายตัว +5.9% q-q ฟื้นตัวจากปัญหาแรงงานชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้ NSL ต้องหาแรงงานชาวเมียนมามาแทนชาวกัมพูชาที่กลับประเทศราว 1,000 คนในไตรมาส 3/68

และรายได้ขยายตัว +7.3% y-y เป็น 1,778 ลบ. จาก 7-Eleven เปิดร้านเพิ่ม +4.6% y-y เป็น 15,945 สาขา ซึ่ง NSL ส่งสินค้ากลุ่มเบเกอรี่และรองท้องไปขาย (สัดส่วน 80.5% ของรายได้ปี 68) และควบรวมบริษัท N.B. Value Link ในไตรมาส 1/68 เน้นผลิตน้ำมะพร้าวและน้ำผลไม้

อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 18.6% ปรับขึ้น +70 bps q-q จากผลของ Economies of scale แต่ปรับลง -170 bps y-y จากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และรายได้จากสินค้าต้นทุนสูง อาทิ น้ำมะพร้าว มีสัดส่วนสูงขึ้น

แนวโน้มปี 69 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ขยายตัว 13-15% y-y จาก 3 กลยุทธ์ 1.ออกสินค้าใหม่อย่างน้อย 180 SKUs ตามเทรนด์ผู้บริโภค และโรงงานใหม่จะเริ่มผลิตในช่วงกลางปีนี้ 2.ขยายช่องทางจำหน่ายทั้งโมเดิร์นเทรด, 7-Eleven ที่ยังขยายสาขาต่อเนื่อง และพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ 3.บริหารต้นทุนให้ดีขึ้น โดยตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นที่ 21% ซึ่ง ผบห.คาดไตรมาส 1/69 จะทำได้ตามเป้าจากผลของฤดูกาล

ส่วนสงครามอิหร่านผู้บริหารมองไม่กระทบ เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากตะวันออกกลางไม่มีนัยสำคัญต่อภาพรวม ผนวกกับลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งเอง (Free on Board) อย่างไรก็ดีเรามองว่ายังมีความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบหากสงครามยืดเยื้อ

"เรามองแนวโน้มปี 69 ยังไปต่อได้จากการออกสินค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเบเกอรี ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก และขยายช่องทางจำหน่าย ปัจจุบัน NSL เทรดที่ P/E 26E 10.3x ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 10.6x แต่นักวิเคราะห์คาด EPS 26E +8.7% y-y สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ +7.1% y-y ตาม Bloomberg cons. เรามองหุ้นยังเทรดราคาไม่แพง สะสมได้"

https://youtu.be/omAc45WFctg


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ