สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 116,515 ล้านบาท ด้านประเภทของนักลงทุน ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก คือ 1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซื้อสุทธิ 7,646 ล้านบาท 2. กลุ่มบริษัทประกัน ซื้อสุทธิ 1,135 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 3,108 ล้านบาท Yield พันธบัตรอายุ 5 ปี ปิดที่ 1.65% ปรับตัวลดลงจากเมื่อวาน -0.05%
Yield Curve ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 5-9 bps. ในตราสารระยาว ในทิศทางเดียวกับ ผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลในวันนี้ รุ่น LB313A อายุ 5 ปี วงเงิน 25,000 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนของ ผลประมูลอยู่ที่ 1.622% ต่ำกว่า Yield ตลาดของวันก่อนหน้า 6 bps. โดยมีผู้สนใจยื่นประมูล 1.34 เท่า ของวงเงิน และรุ่น LBA506A อายุ 25 ปี วงเงิน 8,000 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนของผลประมูลอยู่ที่ 3.3032% เท่ากับ Yield ตลาดของวันก่อนหน้า โดยมีผู้สนใจยื่นประมูล 1.57 เท่าของวงเงิน สำหรับกระแสเงินลงทุนของ นักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET OUTFLOW 3,136 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET SELL 3,108 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) 28 ล้านบาท ด้านปัจจัยในประเทศ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือขยายตัว 1.2-1.6% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 1.6-2.0% เนื่องจากราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้น อาจกระทบต่อแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ด้านปัจจัย ต่างประเทศ S&P Global รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของจีน ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 50.8 ในเดือนมี.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 51.5 จากแรงกดดันของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ตลาดติดตาม รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐฯ ประจำเดือน มี.ค. ในคืนนี้