CGSI คงเป้า SET ปี 69 ที่ 1,480 จุด เตือนศึกตะวันออกกลางยืดเยื้อทุบกำไร บจ.-เงินบาทอ่อนค่า

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday April 2, 2026 15:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือน เม.ย. 69 ราคาน้ำมันและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ยังเป็นปัจจัยสำคัญสุดที่ต้องติดตาม โดยความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกทำให้มีมุมมองระมัดระวังขึ้นต่อผลกระทบกับเศรษฐกิจไทย ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/69 ของกลุ่มแบงก์ และการประชุมกนง.น่าจะเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น จึงคงเป้า SET Index สิ้นปี 69 ที่ 1,480 จุด

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า พัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญสุด ในกรณีที่ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านยกระดับขึ้น ราคาน้ำมันอาจปรับตัวขึ้นอีก ซึ่งจะกดดันอัตราเงินเฟ้อของไทย รวมทั้งทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงและการบริโภคชะลอตัว ในทางตรงข้าม หากมีสัญญาณสถานการณ์ความตึงเครียดกำลังจะคลี่คลาย ตลาดน่าจะเริ่มรับความเสี่ยงได้มากขึ้นและอาจทำให้มีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลกลับเข้ามาในตลาดมากขึ้น

เชื่อว่าสภาพแวดล้อมดังกล่าวจะทำให้บริษัทในธุรกิจพลังงานต้นน้ำและปิโตรเคมีได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันและปิโตรเคมีที่อยู่ในระดับสูง ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและความต้องการสินค้าฟุ่มเฟือยที่ลดลงน่าจะ underperform ดัชนี SET

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI คาดว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ก่อนกลางเดือนเม.ย. 69 และหลังจากนั้นน่าจะเริ่มมีการทยอยออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการบริโภค เช่น การฟื้นโครงการ "คนละครึ่งพลัส" แต่เชื่อว่ารัฐจะยังไม่ออกมาตรการทางการคลังชุดใหญ่ที่จะช่วยหนุนเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากยังมีข้อจำกัดด้านนโยบาย

ทั้งนี้ ตามข้อมูลของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) หนี้สาธารณะของไทยมีสัดส่วน 66% ของ GDP ในสิ้นเดือน ม.ค.69 หรือใกล้จะแตะเพดานที่ 70% จึงทำให้รัฐบาลมีความสามารถจำกัดในการดำเนินนโยบายเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวในวงกว้าง

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เชื่อว่า ผลประกอบการของธนาคารในไตรมาส 1/69 (จะประกาศภายในวันที่ 21 เม.ย. 69) และมติของที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เกี่ยวกับการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 29 เม.ย. 69 จะเป็นปัจจัยบวกในระยะสั้น แต่ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกทำให้ยังมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยแม้ว่าความกังวลเรื่องสถานการณ์การเมืองในประเทศจะลดลงแล้ว

ดังนั้น จึงคงเป้าดัชนี SET ในสิ้นปี 69 อยู่ที่ 1,480 จุด ซึ่งจะเท่ากับ P/E 15.6 เท่าในปี 70(-1.25SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี) โดยหุ้น Top pick ได้แก่ BDMS, MRDIYT, CPN, GULF, MOSHI, KTB, SCB, PTT, PTTEP, SHR และ TRUE

พร้อมมองว่า downside risk จะมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ, ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจกลับมาอีกครั้ง ส่วน upside risk คือการที่ความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย, รัฐออกมาตรการทางการคลังเพิ่มเติม และเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลกลับเข้ามาในตลาด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ