อนุสรณ์ ชี้ไทยเสี่ยงรายจ่ายประจำสูงเกินรายได้ หวั่นเกิดชัตดาวน์แบบรัฐบาลสหรัฐฯ

ข่าวหุ้น-การเงิน Sunday July 5, 2026 17:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และ รองประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ประเทศไทย เสี่ยงรายจ่ายประจำสูงกว่ารายได้ ในปีงบประมาณ 2571 อาจติดล็อคกฎหมายวินัยการคลังกำหนดให้รัฐบาลต้องจัดงบลงทุนอย่างน้อย 20% ของงบประมาณทั้งหมด และงบลงทุนต้องไม่น้อยกว่าเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล ขณะที่ กฎหมายหนี้สาธารณะ กำหนดไม่ให้ขาดดุลเกิน 20% ของงบประมาณบวกรายจ่ายคืนต้นเงินกู้ รัฐบาลไม่สามารถกู้มาจ่ายรายจ่ายประจำได้ ต้องอาศัยจากรายได้ การก่อหนี้สาธารณะต้องมาใช้กับการลงทุนและต้องลงทุนอย่างน้อย 20%

การกำหนดเช่นนี้ ก็เพื่อให้เกิดการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ และเป็นการวางกรอบวินัยการคลังให้เข้มขึ้น แต่อาจขาดความยืดหยุ่นหากปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ค่าใช้จ่ายประจำเพิ่มขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีอยู่แล้ว และ ไม่สามารถเก็บภาษีและมีรายได้ครอบคลุมรายจ่ายประจำ ก็อาจเกิดปัญหาในการจัดทำงบประมาณได้ อาจเกิดการปิดที่ทำการรัฐบาลชั่วคราว Govt Shutdown แบบสหรัฐฯได้ ต้องปฏิรูปองค์กรรัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดรายจ่ายประจำต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นลง พร้อมกับต้องปฏิรูปรายได้ภาครัฐและขยายฐานภาษี หากทำได้เช่นนี้ก็ไม่ติดล็อคกฎหมาย หากพยายามเต็มที่แล้วทำไม่ได้ตามเป้าหมาย ทั้งลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ก็ต้องไปกู้นอกระบบงบประมาณด้วยการออก พ.ร.ก.กันอีก หรือต้องแก้กฎหมาย พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ ขยับเพดานหนี้ และเปิดให้รัฐบาลกู้ชดเชยขาดดุลได้มากขึ้น และ แก้ พ.ร.บ.วินัยทางการคลัง ลดสัดส่วนการลงทุนลงมา

การดำเนินการด้วยวิธีดังกล่าว จะส่งสัญญาณต่อตลาด นักลงทุน และสาธารณชน ว่าไทยกำลังหย่อนยานทางวินัยการเงินการคลัง ความน่าเชื่อถือจะลดลง อาจถูกปรับลดอันดับเครดิต เพิ่มต้นทุนทางการเงินให้กับภาครัฐและภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม การตัดลดงบประมาณรายจ่ายอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการคลัง ต้องปรับลดให้เหมาะสม เพราะอาจทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามเป้าหมายได้ นายอนุสรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ สัญญาณของงบประจำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนทะลุรายได้ของรัฐ ปรากฏชัดเจนในการจัดทำงบประมาณปี 2570 โดยงบประจำเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 1.31 แสนล้านบาท ทำให้งบประจำมาอยู่ที่ 2.78 ล้านล้านบาท เมื่อบวกกับรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 1.51 แสนล้านบาท จะเท่ากับรายได้ ขณะที่รายจ่ายลงทุนกลับลดลง 7.2 หมื่นล้านบาท ลดลง 8.4% ซึ่งสะท้อนว่า ศักยภาพของเศรษฐกิจไทยและคุณภาพชีวิตอาจลดต่ำลงในอนาคตได้จากการลงทุนที่ลดลง

ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการในงบประมาณรายจ่ายส่วนกลาง มีแนวโน้มสูงขึ้นจนงบประมาณไม่พอจ่าย สาเหตุไม่ได้มาจากสังคมสูงอายุอย่างเดียว แต่มาจาก ระบบเลิกจ่ายตรง ที่เปิดช่องให้เข้ารับบริการได้ไม่จำกัด ขาดการควบคุมต้นทุน ขาดการตรวจสอบความจำเป็น และ เสี่ยงต่อการเบิกซ้ำซ้อนหรือทุจริต งบประมาณทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้กับ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อดูแลด้านสวัสดิการสังคมและสุขภาพของประชาชน คิดเป็น 72.6% ยังมีรายได้สูงกว่ารายจ่ายอยู่ในขณะนี้ แต่มีแนวโน้มรายจ่ายสูงกว่ารายได้ในอนาคตได้ หากค่าใช้จ่ายทางด้านการรักษาพยาบาลสูงขึ้นตามสังคมผู้สูงอายุของงบประมาณหมุนเวียน

ทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่ มีปัญหารายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่าย กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ) มีผลการดำเนินงานติดลบสูงสุดจำนวน 43,339 ล้านบาท ทุนหมุนเวียนแม้นเป็นเงินนอกงบประมาณ เมื่อมีปัญหาสภาพคล่อง รัฐบาลก็ต้องหาเงินงบประมาณมาอุดหนุนเพื่อให้สามารถทำงานตามพันธกิจได้ต่อไป ขณะเดียวกัน หากไม่ใช้จ่ายออกไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีเงินเหลือสะสมมากเกินไป รัฐก็อาจเกิดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการนำงบประมาณรายจ่ายไปใช้ในการพัฒนาประเทศด้านอื่น ๆ เช่นเดียวกัน

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า หากใช้กรอบพลวัตหนี้สาธารณะของ IMF (Debt Dynamics Tool) สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีทะลุเพดาน 70% ไปแล้วเมื่อบวกหนี้จาก พ.ร.ก 4 แสนล้านบาท และหนี้ธนาคารรัฐ (ภาระหนี้กึ่งการคลัง) ตาม พ.ร.บ. วินัยการคลัง มาตรา 28 จากงานวิจัยของ ปิยวรรณ เงินคล้าย ภัทร ศิรินิรันดร์ ภูเบต เส็นบัตร และ วัชราภรณ์ หวังพงษ์ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีเมื่อรวมหนี้ภาระผูกพันตามมาตรา 28 จะอยู่ที่ 74.99 ในปี พ.ศ. 2570 และ อาจขึ้นไปแตะระดับ 76.69 ได้ในปี พ.ศ. 2572

ขณะที่ สำนักงานงบประมาณของรัฐสภา ประเมินว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอาจทะลุ 76.73% ได้หากไม่มีการปฏิรูประบบการคลังของประเทศ หนี้สาธารณะที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก จะมาจากกิจกรรมทางการคลังนอกงบประมาณปรกติ ทั้งการกู้เงินนอกงบประมาณโดยตรงที่ไม่ผ่านกระบวนการงบประมาณประจำปีอย่าง พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท หรือ จากภาระผูกพันหนี้สิน การอุดหนุนหรือปรับโครงสร้างทุนรัฐวิสาหกิจและธนาคารรัฐ

หนี้สาธารณะของประเทศอาจเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ หากต้นทุนดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจปรับตัวสูงขึ้น จะช่วยกดให้ภาระหนี้สาธารณะลดลงได้ อย่างไรก็ตาม แม้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจดีขึ้น แต่ยังมีความเปราะบางที่เกี่ยวข้องกับปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นสังคมผู้สูงอายุ ผลิตภาพทุน และแรงงานยังต่ำ ความถดถอยลงของความสามารถในการแข่งขันของหลายอุตสาหกรรม ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ล้วนทำให้ค่าใชจ่ายของรัฐเพิ่มขึ้น และมีข้อจำกัดในการเพิ่มภาษี และรายได้

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า โครงสร้างรายได้ภาษีของไทยพึ่งพาภาษีทางอ้อม เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ภาษีสรรพสามิต ในสัดส่วนที่สูงมาก สูงถึง 55% ของรายได้ภาษีรวม ผู้มีรายได้น้อยต้องแบกรับภาระภาษีเมื่อเทียบกับสัดส่วนรายได้จริงในระดับที่สูงกว่าผู้มีรายได้สูง แหล่งรายได้หลักเพื่อนำมาจัดทำงบประมาณปี 70 ยังมาจากฐานภาษีที่แคบ และยังมีการกระจุกตัวของภาระภาษี
งบประมาณเพื่อการวิจัยและการพัฒนาด้านเศรษฐกิจมีเพียง 671 ล้านบาทเท่านั้น งบประมาณของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ก็ลดลงถึง 4.5% ลดลง 6 พันกว่าล้านบาท งบพวกนี้เป็นฐานของการสร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศได้

งบประมาณปี 70 ไม่ได้ผลักดันโครงการใหม่ ๆ มากพอที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ การปรับเปลี่ยนภาคพลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนทางด้านเอไอ แผนงบประมาณดำเนินการขาดการบูรณาการและวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ แผนยุทธศาสตร์ส่งเสริม พัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตที่จัดสรรงบไว้ 4,605 ล้านบาท ก็ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนว่า จะต่อยอดพัฒนาอุตสาหกรรมเหล่านี้อย่างไรจากฐานที่มีอยู่ จะส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ สนับสนุนการพัฒนาทักษะและแรงงานเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความต้องการของอุตสาหกรรมเหล่านี้อย่างไร

การบริหารงบประมาณ คือโจทย์ใหญ่ที่โชว์ศักยภาพของรัฐบาล บ่งบอกวิสัยทัศน์ว่ารัฐบาลชุดนั้นจะนำพาประเทศให้เติบโตขึ้นได้อย่างไร แต่ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 นี้ไม่ได้บอกว่าประเทศเราจะไปทางไหน แต่หนี้เพิ่มขึ้นมาก ขาดแคลนการลงทุนเพื่ออนาคต ผู้คนเผชิญความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจต่อไป ดอกเบี้ยจากหนี้สาธารณะพอกพูกกันต่อไป ประชาชนต้องแบกรับภาระกันต่อไป งบประมาณซึ่งคือภาษีของประชาชน จะช่วยประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร มีรายได้สูงขึ้น หนี้ลดลง โอกาสในชีวิตดีขึ้น มีความปลอดภัยมากขึ้นได้อย่างไร อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่ต้องสูดมลพิษ PM2.5 มีน้ำประปาสะอาด เดินทางสะดวก อยู่ในประเทศที่มี สันติธรรมประชาธิปไตย ได้อย่างไร งบประมาณปี 2570 นั้นมีวงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท มีรายจ่ายประจำสูงมาก และส่วนใหญ่ตัดทอนไม่ได้ หรือยากที่จะตัดทอน ทำให้เหลือรายจ่ายลงทุนเพียง 20.8% นายอนุสรณ์ กล่าว

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ