สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ประจำสัปดาห์ (30 มีนาคม - 3 เมษายน 2569) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ มีมูลค่ารวม 528,418 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 105,684 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 28% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 51% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 268,222 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออก โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (state Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออก โดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 185,733 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่า การซื้อขายเท่ากับ 31,629 ล้านบาท หรือคิดเป็น 35% และ 6% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB273A (อายุ 1.0 ปี) LB284A (อายุ 2.0 ปี) และ LB456A (อายุ 19.2 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 22,643 ล้านบาท 21,879 ล้านบาท และ 19,798 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) รุ่น CPAXT27OC (AA-) มูลค่าการซื้อขาย 3,376 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) รุ่น LH27OA (A) มูลค่าการซื้อขาย 2,207 ล้านบาท และหุ้นกู้ของ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) รุ่น CPAXT273A (AA-) มูลค่าการซื้อขาย 1,994 ล้านบาท
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลดลงประมาณ 15-26 bps. ในตราสารระยะยาว ทิศทางเดียวกับ US - Treasury ท่ามกลางความกังวล สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่มีความไม่แน่นอน ประกอบกับนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวบรรยายที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดว่า เฟดยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อแก้ไขภาวะเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ด้านปัจจัยต่างประเทศ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของจีน ประจำเดือนมี.ค. ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 50.8 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 51.5 จากแรงกดดันของต้นทุน ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ด้านปัจจัยในประเทศ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือขยายตัว 1.2-1.6% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 1.6-2.0% เนื่องจากราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้น อาจกระทบต่อแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น
สัปดาห์ที่ผ่านมา (30 มีนาคม - 3 เมษายน 2569) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 10,831 ล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (ST) (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 12,124 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (LT) (อายุมากกว่า 1 ปี) 1,322 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 29 ล้านบาท
หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรือ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price Index) เปลี่ยนเป็น ดัชนีหุ้นกู้เอกชน(MTM Corp Bond Gross Price Index) ตั้งแต่ ม.ค. 2565
ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทย สัปดาห์นี้ สัปดาห์ก่อนหน้า เปลี่ยนแปลง สะสมตั้งแต่ต้นปี (30 มี.ค. - 3 เม.ย. 69) (23 - 27 มี.ค. 69) (%) (1 ม.ค. - 3 เม.ย. 69) มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ - Outright Trading (ล้านบาท) 528,417.70 411,339.65 0.28 6,625,452.87 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท) 105,683.54 82,267.93 0.28 103,522.70 ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index) 106.55 105.31 0.01 ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (MTM Corp Bond Gross Price Index) 108.53 108.03 0.00 เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) --% ช่วงอายุของตราสารหนี้ 1 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปี 15 ปี 30 ปี สัปดาห์นี้ (3 เม.ย. 69) 0.98 1 1.02 1.4 1.65 2.13 2.74 3.26 สัปดาห์ก่อนหน้า (27 มี.ค. 69) 1.04 1.05 1.07 1.6 1.8 2.33 3 3.35 เปลี่ยนแปลง (basis point) -6 -5 -5 -20 -15 -20 -26 -9