นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล. ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสเปิดพุ่งอย่างแข็งแกร่งเช่นเดียวกับตลาดหุ้นโลกและภูมิภาค ปัจจัยบวกสำคัญขับเคลื่อนคือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศระงับการโจมตีอิหร่าน 2 สัปดาห์ ช่วยลดความรุนแรงในการยกระดับสงคราม ขณะที่อิหร่านตอบรับเชิงบวก โดยตกลงเปิดทางให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงลงง และเป็นผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม
แม้สถานการณ์ในระยะสั้นจะดูผ่อนคลายลง แต่การเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังมีความไม่แน่นอนสูงและต้องติดตามข้อเสนอยุติสงครามต่อไป แต่ท่าทีของทั้งสองฝ่ายต้องการยุติสงคราม
อีกทั้งปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังไม่เห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนและอาจเห็นผลกระทบจากสงครามในระยะถัดไป ดังนั้น ยังต้องติดตามพัฒนาการข่าวสารอย่างใกล้ชิด
สำหรับราคาน้ำมันทีร่วงลงเป็นแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี แต่ในทางกลับกันเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานลดลง เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้า
ส่วนปัจจัยในประเทศ นักลงทุนกำลังจับตาการแถลงนโยบายของรัฐบาลใหม่ต่อรัฐสภาในวันที่ 9-10 เม.ย.นี้ ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ดีที่เข้ามาเสริมบรรยากาศการลงทุน คาดว่าจะมีแรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มได้รับประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งมาตรการดูแลด้านพลังงาน
ประเมินกรอบแนวต้าน 1,480 จุด และแนวต้านสำคัญ 1,500 จุด และแนวรับ 1,450 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ( 7 เม.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,584.46 จุด ลดลง 85.42 จุด หรือ -0.18%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,616.85 จุด เพิ่มขึ้น 5.02 จุด หรือ +0.08% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,017.85 จุด เพิ่มขึ้น 21.51 จุด หรือ +0.10%
- ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 54,386.65 จุด เพิ่มขึ้น 957.09 จุด หรือ +1.79%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,772.56 จุด เพิ่มขึ้น 656.03 จุด หรือ +2.61% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,930.25 จุด เพิ่มขึ้น 40.09 จุด หรือ +1.03%
- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (7 เม.ย.) 1,464.43 จุด บวก 10.43 จุด (+0.72%) มูลค่าซื้อขาย 45,084.97 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (7 เม.ย.) 2,714.01 ล้านบาท
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. (7 เม.ย.) เพิ่มขึ้น 54 เซนต์ หรือ 0.48% ปิดที่ 112.95 ดอลลาร์/บาร์เรล ก่อนที่เช้าวันนี้จะปรับตัวลดลง 16% มาอยู่ที่ระดับ 94.47 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (7 เม.ย.) อยู่ที่ 56.94 เหรียญ/บาร์เรล
- เงินบาทเปิด 32.07 แข็งค่าจากวานนี้ ขานรับสหรัฐ-อิหร่านพักรบ
- จับตา ครม.นัดพิเศษ 11 เม.ย. นี้ รัฐบาลอนุทิน 2 เตรียมคลอดแพ็กเกจ เยียวยาน้ำมันแพง 11 เม.ย.นี้ เดินหน้าออก พ.ร.ก. กู้เงิน 1.5 แสนล้าน อุ้มกองทุนน้ำมัน ช่วย SMEs คมนาคมดันตั๋วร่วม 40 บาท พร้อมมาตรการช่วยค่าขนส่ง-รถเมล์-ไรเดอร์ เกษตรฯ ชงมาตรการแก้ปุ๋ยแพง-ขาดแคลน
- "เอกนัฏ" ใช้ พ.ร.ก.ป้องกันน้ำมันขาดแคลน หั่นราคาหน้าโรงกลั่น เลิกอ้างอิงราคาสิงคโปร์ 100% เป็นราคาสิงคโปร์หักส่วนลด ขู่โทษอาญา นำร่องลดราคาดีเซล 2 บาท ลุ้น 9 เม.ย.หน้าปั๊มลดลง "ผู้ประกอบการโรงกลั่น" เตือนพิจารณาให้รอบคอบ หากราคาลงจนขาดทุนแล้วรัฐจะคืนเงินหรือไม่ "รัฐบาล" ปิดประตูเก็บภาษีลาภลอย
- "อนุทิน 2" เดินหน้าดันลงทุนเมกะโปรเจกต์ ดันแลนบริดจ์ตั้งเป้าเริ่มเฟส 1 ปี 71 ปัดฝุ่น "นิคมฯ จะนะ" รับลงทุนใหม่ ชูดาต้าเซนเตอร์รับความต้องการพุ่ง ดันโครงการ Mixed-Use พื้นที่ EEC สร้างแรงดึงดูดการลงทุนรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ยืนยันไม่แก้สัญญากับซีพี "คมนาคม" พร้อมชงลงทุน 3 แสนล้านเข้า ครม.ใหม่
- สนค.เผยเงินเฟ้อ มี.ค.69 ลดลง 0.08% แม้จะเกิดสงคราม เหตุรัฐบาลยังตรึงน้ำมันดีเซลไว้ครึ่งเดือนแรก คาดไตร มาส 2 ขยับแรงแน่ หลังดีเซลทะลุ 50 บาท หมู ไก่ ไข่ ผัก เจอร้อนทำราคาขึ้น ผู้ประกอบการเริ่มขยับราคาสินค้า ปรับเป้าเงินเฟ้อใหม่ 1.5-2.5% แต่อาจทะลุเป็น 2.5-3.5% หากน้ำมันยังแรงไม่หยุด จับตาสินค้าเพิ่มตั้งแต่ 0-10% ทั้งเครื่องประกอบอาหาร เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด และของใช้ส่วนบุคคล
- ท่องเที่ยวสงกรานต์ทั่วไทย ปีนี้หงอย น้ำมันแพง คนไทยชลอเที่ยวข้ามจังหวัด นักท่องเที่ยวระยะไกลหด โรงแรมดั้มพ์ราคาดึงกำลังซื้อโค้งท้าย เผยเชียงใหม่อ่วมสุด จมพิษฝุ่น PM 2.5 ซ้ำเติมยอดจองโรงแรมหด ขณะที่โรงแรมในโซนเล่นสงกรานต์ กรุงเทพยังไปได้ ด้านหัวหิน บางแสน พัทยา ยังหวังผู้ประกอบการ เตือนธุรกิจระวังกักตุนสินค้าขายช่วงเทศกาลทำขาดทุน 'แอตต้า' รับต้นทุนพุ่ง ปรับราคาขายทัวร์ 20% ททท.เดินหน้างานสงกรานต์ปลุกมู้ดท่องเที่ยว
- ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดรับสมัครโครงการ JUMP+ เรียบร้อยแล้ว บจ.แห่เข้าร่วม 143 แห่ง ทะลุเป้า เผยบริษัทใหญ่มาร์เก็ตแคปสูง "PTT-THAI-TISCO" พาเหรดเข้าร่วม สเต็ปต่อไปไตรมาส 2 ให้แต่ละรายสื่อสารแผนธุรกิจ-ธรรมาภิบาล-สิ่งแวดล้อม ด้าน ก.ล.ต.เปิดทางกองทุน Thai ESG ลงทุน
- AP (กรุงศรี) ราคาเป้าหมาย 11 บาท จุดเด่นจากการเพิ่ม market share ต่อเนื่องเป็นผลดีต่อการเติบโตระยะยาว และบริษัทได้เปรียบการแข่งขันด้านราคา ทำให้ uncertainty ด้านการลดลงของ GPM อาจต่ำกว่ากลุ่มฯ ปัจจุบัน trade ที่ 2026F PER 5.4x และคาดปันผลจ่ายสูง 7.1% มองผลตอบแทนน่าสนใจบน valuation ที่ไม่แพง แนวโน้มผมการดำเนินงาน Q1/69 คาดว่าทรงตัวหรือเติบโตเล็กน้อย
- BH (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 170 บาท คาดรับโมเมนตัมเชิงบวกหากสงครามผ่อนคลาย เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางสูงสุดที่ระดับ 25% และคาดกำไรปกติไตรมาส 1/69 ที่ 1.83 พันลบ.(-4% QoQ และ +5% YoY) การเติบโต YoY มาจากการขยายตัวของรายได้ และอัตรากำไรการฟื้นตัวของเศรษฐกิจตะวันออกกลางในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.แต่หักล้างความอ่อนแอจากสงครามในเดือน มี.ค.โดยอาจมี Upside เพิ่มเติมเรื่องเงินปันผลพิเศษ จากคาดปันผลปกติ 5 บาทต่อหุ้น
- BA (ฟินันเซีย) ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 19.91 บาท คาดได้ Sentiment หนุนจากการหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบร่วงแรง ขณะที่ Forward Booking รายเดือนเที่ยวบินสมุยยังเติบโตเฉลี่ย 14% y-y ใน Q2-Q3/69 อีกทั้งราคาหุ้นลงแรงสุดในกลุ่มสายการบิน -27% ตั้งแต่เกิดสงคราม ทำให้ Valuation น่าสนใจอย่างมาก ปัจจุบันเทรด PER เพียง 7 เท่าและคาดให้ Dividend Yield สูงถึง 7-8%