นางสาวลักษมี เลิศศุภกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานสนับสนุนธุรกิจ, เลขานุการบริษัท บมจ.ฟลอยด์ [FLOYD] เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ภายในระยะ 3 ปี (25692571) ด้วยเป้าหมายอัตราการเติบโตของรายได้ (Revenue Growth YoY) ที่ระดับ 10%-20% ต่อปี พร้อมกับรักษาอัตราการทำกำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ให้อยู่ที่ระดับ 7%-12% ต่อปี โดยคาดว่าปี 2571 บริษัทจะสามารถทำกำไรสุทธิ (Net Profit) จำนวน 90 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้เพียงแค่การขยายปริมาณงาน แต่จะโฟกัสไปที่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ เน้นกลยุทธ์การลงทุนในงานที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง สามารถสร้างกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง (Quality Growth)
FLOYD ดำเนินธุรกิจให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบประกอบอาคาร (MEP) ครบวงจร ครอบคลุมงานระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ระบบปรับอากาศ ระบบสุขาภิบาล และระบบป้องกันอัคคีภัย ชูจุดเด่นด้านการให้บริการตั้งแต่ต้นจนจบโครงการ ทั้งบริการด้านการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง และทดสอบระบบ เพื่อรองรับโครงการอาคารคุณภาพสูง ที่มีความซับซ้อนสูง เช่น Data Center, อาคารพักอาศัย, โรงพยาบาล, อาคารสำนักงาน, และอาคารเชิงพาณิชย์ระดับพรีเมียม
บริษัทมีแผนรุกธุรกิจในระยะเวลา 3 ปี (25692571) ภายใต้แผนโครงการ Jump+ ด้วย 2 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1) การพัฒนาเชิงกลยุทธ์ ซึ่งคือเร่งการพัฒนาธุรกิจควบคู่กับกลยุทธ์ในการดำเนินงาน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายของรายได้ในระยะยาว โดยเน้นรับงานที่มีศักยภาพสูงสอดรับกับความต้องการของตลาด พร้อมการขยายโอกาสทางธุรกิจ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้ก้าวทันกับภาวะตลาดที่มีศักยภาพสูง
และ 2) การดำเนินงานที่เป็นเลิศ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงานอย่างเป็นระบบทั้งองค์กร โดยมุ่งสู่เป้าหมายของกำไร อีกทั้งยังเป็นการยกระดับมาตรฐานของการทำงาน การควบคุมต้นทุนอย่างเป็นระบบ เพื่อมุ่งกำหนดกระบวนการทำงานที่ชัดเจน ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ยกระดับความปลอดภัย เพื่อผลประกอบการที่มีเสถียรภาพในระยะยาว
แผนการทำงาน (Strategic Roadmap) แบ่งออกเป็น 3 ระยะ
Step 1- Foundation ปี 2569 การใช้ระบบ CRM และ Business Intelligence การจัดเก็บข้อมูลลูกค้าและต้นทุนอย่างเป็นระบบ
Step 2 Implementation ปี 2570 รับงานให้ครอบคลุมโดยเฉพาะงานที่มีศักยภาพสูง โดยใช้งาน Dashboard เชิงวิเคราะห์เข้ามาช่วยในการตัดสินใจ
และ Step 3 Excellence ปี 2571 การบูรณาการข้อมูลเข้ากับระบบบริหารโครงการแบบครบวงจร โดยสร้างพอร์ตโครงการสะท้อนคุณภาพและผลตอบแทนที่ชัดเจน พร้อมจัดลำดับความเสี่ยงโครงการ (Bid Tier Classification) โดยการประเมินจากมูลค่า ความซับซ้อน และเงื่อนไขสัญญา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
นอกจากนี้ FLOYD ยังเดินหน้าธุรกิจภายใต้พันธกิจหลัก 3 หัวข้อ ได้แก่ 1.การส่งมอบงานได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด 2.การดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และซื่อสัตย์ และ 3. การยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง สามารถรองรับงานที่มีความซับซ้อนได้มากขึ้น รองรับลูกค้าและพันธมิตรได้หลากหลายกลุ่มธุรกิจ รวมถึงองค์กรชั้นนำ อาทิ กลุ่มห้างสรรพสินค้าและค้าปลีก อาคารที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน พร้อมเจาะกลุ่มตลาดใหม่ ที่มีศักยภาพสูงอย่างเช่น โรงพยาบาล และศูนย์คอมพิวเตอร์ (Data Center) ที่มีความซับซ้อน และต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูง