โบรกประสานเสียงเชียร์ "ซื้อ" หุ้น บมจ.โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น [MOSHI] ประเมินผลงานไตรมาส 1/69 สดใส คาดกำไรสุทธิพุ่งรับอานิสงส์ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ฝั่งค้าปลีกโตเด่นควบคู่การขยายสาขาใหม่เชิงรุก แม้เผชิญแรงกดดันต้นทุนนำเข้าและค่าขนส่งจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่อยู่ในระดับบริหารจัดการได้ พร้อมส่งสัญญาณไตรมาส 2/69 โตต่อรับแผนขยายสาขาต่อ
ปิดภาคเช้าวันนี้ ราคาหุ้น MOSHI อยู่ที่ 35.50 บาท ลดลง 0.25 บาท (-0.70%)

โบรกเกอร์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย(บาท/หุ้น)
ทิสโก้ ซื้อ 55.00
กรุงศรี ซื้อ 53.00
เมย์แบงก์ ซื้อ 52.00
ดีบีเอส วิคเคอร์ส ซื้อ 52.00
ยูโอบีเคย์เฮียน ซื้อ 47.00
ฟินันเซีย ไซรัส ซื้อ 45.00
กรุงไทยเอ็กสปริง Outperform 37.00
นักวิเคราะห์จาก บล.กรุงไทยเอ็กสปริง ประเมินแนวโน้มผลประกอบการ MOSHI มีโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง ทั้งจากยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะหนุนกำไรไตรมาส 1/69 ที่ 179 ล้านบาท เติบโต 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ลดลง 26% QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล
ด้วยประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ MOSHI มีสินค้าต้นทุนเดิมเพียงพอสำหรับการจำหน่ายไปจนถึงช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ทั้งในส่วนของสินค้านำเข้าและสินค้าในประเทศ ขณะที่ สินค้านำเข้าจากจีน บริษัทเริ่มปรับราคาขึ้นบางรายการเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้า เช่น พรม เพิ่มประมาณ 3-5% สำหรับคำสั่งซื้อในครึ่งปีหลัง
บริษัทมีนโยบายส่งผ่านต้นทุนสำหรับสินค้าใหม่ ส่วนสินค้าเดิมจะบริหารจัดการต้นทุนเองซึ่งประเมินว่าไม่มีนัยสำคัญ สำหรับสินค้าในประเทศ โดยเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มพลาสติก บริษัทอยู่ระหว่างรอประเมินราคาใหม่ในเดือนมิถุนายน เพื่อเตรียมสั่งซื้อสำหรับจำหน่ายในช่วงปลาย ไตรมาส 3/69 ถึง ไตรมาส 4/69
คาดการณ์กำไรไตรมาส 1/69 เติบโตจาก SSSG ที่เป็นบวกราว 3.5% ตามจำนวนลูกค้าเข้าสาขาที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 6 แห่ง ส่งผลให้ยอดขายและ GPM ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โมเมนตัม SSSG ในช่วงครึ่งแรกของเดือนเมษายนยังคงแข็งแกร่งที่ระดับ 2-3% โดยกลุ่มค้าปลีกยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มค้าส่งหดตัวลดลง เนื่องจากสาขาแพลตินั่มได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างในพื้นที่ นอกจากนี้คาดว่าผลงานจะได้รับแรงหนุนจากการจัดกิจกรรมการตลาด Back to School ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนนี้ คำแนะนำ Outperform ราคาเป้าหมาย 37 บาท
บล.ทิสโก้ คาดกำไรสุทธิ MOSHI ไตรมาส 1/69 ที่ 182 ล้านบาท (+16.6% YoY) จากความแข็งแกร่งของช่องทางค้าปลีก การปรับดีขึ้นของส่วนประสมผลิตภัณฑ์และการควบคุมต้นทุนอย่างมีวินัย การอ่อนตัว QoQ จากฤดูกาลเมื่อเทียบกับ ไตรมาส 4/68 เป็นไปตามปกติ และไม่กระทบมุมมองทั้งปี ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ MOSHI มูลค่าเหมาะสม 55.00 บาท (DCF) สะท้อน PER ปี 2569F ที่ 23.8 เท่า ซึ่งเป็นโอกาสในการปรับราคาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก PER ปี 2569F ปัจจุบันที่ 15.3 เท่า
เราคาดรายได้ MOSHI ไตรมาส 1/69 ที่ 980 ล้านบาท (+16.8% YoY, -15.9% QoQ จากฤดูกาล) โดยการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) อยู่ที่ 3-4% ช่องทางค้าปลีกซึ่งคิดเป็น 87% ของรายได้รวม (จาก 85% ใน ไตรมาส 1/68) เติบโตระดับเลขสองหลักที่สูงและเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของรายได้และกำไร ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 56.0% (+70bps YoY)
ช่องทางออนไลน์และอื่นๆ เติบโตแรง 40-50% ขณะที่ค้าส่งลดลงระดับ high single digit จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง โดยเฉพาะ Platinum Mall แต่ถูกชดเชยด้วยค้าปลีกที่แข็งแกร่ง บริษัทเปิดสาขาใหม่ 6 แห่งใน ไตรมาส 1/69 (ไฮเปอร์มาร์เก็ต 4 แห่ง และ standalone 2 แห่ง) โดยสาขาหนองฉางและตะกั่วป่าทำผลงานดีกว่าคาด
ค่าใช้จ่ายในการบริหารและการขาย (SG&A) ต่อรายได้เพิ่มเล็กน้อยเป็น 31.5% จาก 31.0% จากค่าแรงและโบนัส แต่ถูกชดเชยบางส่วนด้วยสัดส่วนค้าปลีกที่สูงขึ้น
ปัจจัยลบมหภาคยังมีจำกัด สินค้านำเข้าจากจีนบางรายการปรับราคาขึ้น 35% แต่กระทบจำกัดเพราะบริษัทมีสต็อกต้นทุนเดิมถึง ส.ค. 2569 ค่าขนส่ง (~1.5% ของ COGS) และค่าน้ำมัน (~1.01.2% ของยอดขาย) ทำให้ผลกระทบต้นทุนโดยตรงจำกัด อีกทั้งสัญญาโลจิสติกส์ที่ดีขึ้นช่วยรองรับ
ต้นทุนเม็ดพลาสติกในประเทศเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตาม แต่คาดกระทบไม่ก่อน ไตรมาส 3/69 ยอดขายเดือนเมษายนยังเติบโตในระดับ low-single-digit และบริษัทตั้งเป้า SSSG ไตรมาส 2/69 ที่ 35% พร้อมแผนเปิดอีก 11 สาขา (เปิดแล้ว 2) แม้ Platinum Mall จะได้รับผลกระทบจากการปิดถนนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตั้งแต่ 14 เม.ย. อย่างไรก็ตาม guidance ทั้งปีที่รายได้โต 1520% และเปิด 35 สาขายังคงเดิม
เราคงประมาณการกำไรปี 69 มูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 55.00 บาท และคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมุมมองการลงทุนอยู่บนการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนค้าปลีก การขยายสาขา นวัตกรรมสินค้า (SKU) และการบริหารสต็อกที่ดี
ความเสี่ยงหลักได้แก่ เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวมากกว่าคาด นักท่องเที่ยวลดลงกระทบค้าส่ง ค่าเงินผันผวน และต้นทุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เรามองว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการได้ เนื่องจาก MOSHI มีสินค้าคงคลังสำรอง การกำหนดราคาที่ยืดหยุ่น และความต้องการขายปลีกหลักที่แข็งแกร่ง
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส แนะนำ "ซื้อ" หุ้น MOSHI มองการเติบโตในไตรมาส 1/69 แข็งแกร่ง คาดการณ์กำไรหลักที่ 181 ล้านบาท (+22.1% YoY -23.9% QoQ ) ทั้งนี้ การลดลง QoQ สะท้อนถึงปัจจัยฤดูกาล ขณะที่การเติบโต YoY ที่แข็งแกร่ง ได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขาเชิงรุก และ SSSG ที่แข็งแกร่ง รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น เมื่อรวมผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนเล็กน้อย 2 ล้านบาท เราคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 179 ล้านบาท (+14.9% YoY, -26.1% QoQ)
โมเมนตัมการเติบโตของยอดขายยังแข็งแกร่ง เราคาดว่ายอดขายจะเติบโต 17.5% ใน ไตรมาส 1/69 โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการขยายสาขา และSSSG ที่อยู่ในระดับดี MOSHI เปิดสาขาใหม่ 6 สาขาใน ไตรมาส 1/69 (เทียบกับเป้าทั้งปี 35 สาขา) ทำให้จำนวนสาขารวมในประเทศไทยอยู่ที่ 208 สาขา
เราคาดว่า SSSG ในไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 3.8% (เทียบกับเป้าของผู้บริหารที่ 3-5% สำหรับปี 69) โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้า (traffic) แนวโน้มรายเดือน SSSG ชะลอตัวในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม แต่ยังคงอยู่ในระดับบวก โดยกุมภาพันธ์ ได้รับผลกระทบจากฐานสูง มีนาคม sentiment การบริโภคอ่อนตัวจากความไม่แน่นอนของสงครามตะวันออกกลาง นอกจากนี้ธุรกิจค้าส่ง (wholesale) กดดัน SSSG โดยรวม หากไม่รวม wholesale เราคาดว่า SSSG ธุรกิจค้าปลีกมากกว่า 5% ใน ไตรมาส 1/69
โมเมนตัมมีแนวโน้มต่อเนื่องไปยังไตรมาส 2/69 SSSG เริ่มแสดงสัญญาณปรับตัวดีขึ้นในเดือนเมษายน โดยการเติบโตแบบ MTD คาดอยู่ที่ประมาณ 23% ซึ่งสูงกว่าระดับในเดือนกุมภาพันธ์มีนาคม ฝ่ายบริหารคาดว่า SSSG ใน ไตรมาส 2/69 จะยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมาย บริษัทมีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีก 10 สาขาในไตรมาส 2/69 ซึ่งจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันรายได้
ผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ถือว่า "อยู่ในระดับบริหารจัดการได้" ต้นทุนโลจิสติกส์คิดเป็น ~1% ของยอดขาย ค่าขนส่ง (freight) อยู่ที่ประมาณ 1.52.0% ของยอดขาย
กลยุทธ์ด้านราคา บริษัทมีแนวโน้มจะตรึงราคาสินค้าเดิม ขณะที่การส่งผ่านต้นทุน (cost pass-through) ยังสามารถทำได้สำหรับสินค้าใหม่ ความสามารถรับต้นทุน ด้วยอัตรากำไรสุทธิที่อยู่ในระดับดี MOSHI มี buffer เพียงพอรองรับแรงกดดันด้านต้นทุน
แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมาย 52.00 บาท (DCF) ใช้ WACC ที่ 8.7% และ terminal growth ที่ 1% ณ ราคาหุ้นปัจจุบันมี P/E ปีนี้ 15.0 เท่า (Mean-1.5SD) และมี PEG ต่ำกว่า 1 เท่า โดยเราคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ขยายตัวแกร่ง 20% และเติบโตต่อ 16% ในปี 70
https://youtu.be/cXq85Wra3D4