นางสาวสมฤทัย ตัณฑกิตติ หัวหน้าส่วนงานนักลงทุนสัมพันธ์และกำกับดูแลการปฏิบัติงาน บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส [ADVANC] เปิดเผยว่า ในส่วนธุรกิจ Virtual Bank ของกลุ่มเอไอเอส ซึ่งร่วมมือกับ ธนาคารกรุงไทย [KTB] และ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก [OR] โดย AIS มีความแข็งแกร่งในเรื่องของ Customer Base ที่มีฐานลูกค้ากว่า 46.9 ล้านราย และที่สำคัญที่สุดคือ Alternative Data (อาทิ ข้อมูลการใช้งานมือถือ) ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์ Credit Profile ของลูกค้ากลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำหรือไม่มีสลิปเงินเดือน (Underbanked) ได้แม่นยำกว่าการดูเพียงข้อมูลทางการเงินแบบเดิมที่สามารถจะจับกลุ่มลูกค้าที่อาจจะไม่ได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ
ส่วน KTB นำความเชี่ยวชาญด้าน Banking License, การบริหารความเสี่ยง, ความรู้ด้านกฎระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย และมีฐานผู้ใช้งานดิจิทัลขนาดใหญ่จากแอปฯ "เป๋าตัง" ขณะที่ OR มีความแข็งแกร่งด้าน Retail Network ผ่านสถานีบริการน้ำมัน PTT Station และร้านค้าในเครือทั่วประเทศ ซึ่งเป็นจุดสัมผัสลูกค้า (Physical Touchpoints) ที่กระจายอยู่ทุกชุมชน
ปัจจุบัน อยู่ในขั้นตอนการเตรียมความพร้อมเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ตามกรอบเวลาของธปท. (มิ.ย.69) ซึ่งเน้นกลุ่ม Underbanked หรือกลุ่มที่ไม่ได้รับบริการทางการเงินอย่างเพียงพอ เข้าไม่ถึงสินเชื่อธนาคารปกติ เพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่ม Breakeven (คุ้มทุน) และสร้างกำไรได้ในปีที่ 4 ของการดำเนินงาน
นางสาวสมฤทัย กล่าววา ในช่วงปีแรกๆ จะมีการรับรู้ผลขาดทุนจากการลงทุน Virtual Bank เข้ามาในงบการเงิน ซึ่ง AIS ได้รวมปัจจัยนี้ไว้ในประมาณการ EBITDA ของปี 2569 แล้วที่อยู่ใน Guidance ที่ EBITDA จะเติบโต 2-4%
การทำ Virtual Bank เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายธุรกิจ Non-Mobile เพื่อกระจายแหล่งที่มาของรายได้ และเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงผู้ให้บริการสื่อสาร (Telco) ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Cognitive Tech-Co) อย่างเต็มตัว
ทั้งนี้ Virtual Bank พันธมิตร 3 รายมีสัดส่วนการลงทุน KTB 41% AIS 39% OR 20% ในชื่อ Clicx
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการเติบโตจากธุรกิจ Data Center โดยมีโครงการร่วมทุนกับบมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ [GULF] และ Singtel และ AIS โดยร่วมลงทุนใน GSA สัดส่วน 40%-35%-25%ตามลำดับ ซึ่งโครงการแรก GSA01 มีขนาด 25.6MW สร้างเสร็จและให้บริการแล้ว และโครงการที่สอง GSA02 ขนาด 38.1 MW คาดจะสร้างเสร็จและให้บริการในช่วงครึ่งแรกปี 70
อีกแห่งคือ GEDC เป็นการร่วมทุนระหว่าง GULF (70%) และ AIS (30%) กำลังก่อสร้างโครงการ GEDC01 มี Capacity สูงถึง 100 MW คาดจะสร้างเสร็จและบริการในช่วงครึ่งหลังปี 70 เพื่อรองรับเทรนด์ Cloud และ AI ที่กำลังมาแรง
ส่วน Cloud Services ได้ร่วมทุนกับ GULF ในชื่อ G-AIS ถือหุ้นฝ่ายละ 50% ได้ร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Oracle Cloud , Google Cloud และ Microsoft Azure เพื่อให้บริการ Sovereign Cloud สำหรับองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยของข้อมูลขั้นสูง
ทั้งนี้ AIS ตั้งงบลงทุนสำหรับธุรกิจใหม่ (Data Center และ Virtual Bank) รวมกันประมาณ 8,000 - 10,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า แม้ปัจจุบันรายได้จากกลุ่มนี้จะยังมีสัดส่วนเล็กน้อย (ประมาณ 5% ของรายได้หลัก) แต่มีอัตราการเติบโตในระดับ Double Digit และจะเป็น New S-Curve ที่สำคัญเมื่อโครงการขนาดใหญ่สร้างเสร็จในปี 2570