MEDEZE ย้ำเป้าปีนี้รายได้พันล้านแม้เปิดงบ Q1/69 ผลงานหด ลุ้น Q2/69 ฟื้นแรงรับทรัพย์แฟรนไชส์ฟิลิปปินส์-มองโกเลีย

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday May 13, 2026 13:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาวอัญชิสา เหล็กเพ็ชร ประธานเจ้าหน้าที่สายบัญชีและการเงิน บมจ.เมดีซ กรุ๊ป [MEDEZE] กล่าวว่า บริษัทยังคงเป้ารายได้ปี 69 ที่ 1,000 ล้านบาท แม้ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 รายได้รวมอยู่ที่ 175.61 ล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) และลดลง 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังคงชะลอตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้ลูกค้าใช้เงินอย่างระมัดระวังในการซื้อสินค้าหรือบริการ

รวมทั้งรายได้จากกลุ่มลูกค้าต่างประเทศที่ลดลง โดยเฉพาะลูกค้ากัมพูชาที่เดินทางเข้ามาจัดเก็บสเตมเซลล์ในประเทศไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็นจำนวนรายได้ประมาณ 34 ล้านบาท หรือหายไป 95% เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 1/68 เนื่องจากมาตรการปิดด่านและข้อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

ขณะเดียวกัน กำไรสุทธิในไตรมาส 1/69 ที่ 34.36 ล้านบาท ลดลง 6% QoQ และลดลง 54% YoY ตามทิศทางรายได้รวมที่ลดลง อย่างไรก็ตาม กำไรเฉพาะการดำเนินงานปกติ พบว่าเพิ่มขึ้น 68% QoQ แต่ยังลดลง 18% YoY เนื่องจากกลุ่มบริษัทฯ มีรายการรายจ่ายพิเศษ (One-time expenses) รวม 27 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าวิจัย 6 ล้านบาท ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาน้ำยาเพาะเลี้ยงเซลล์เพื่อเป็นต้นน้ำของเทคโนโลยี พร้อมรองรับการขยายตัวสู่ตลาดหิลิปปินส์และตลาดสากลในอนาคต และผลขาดทุนทางบัญชี 21 ล้านบาท จากการปรับมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาด (Mark-to-market) เนื่องจากความผันผวนของตลาดทุนต่างประเทศ ซึ่งยังไม่ได้เป็นผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss) โดยบริษัทฯ ยังคงยึดมั่นนโยบายการลงทุนที่เน้นความปลอดภัยของเงินต้น ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิดผ่านคณะกรรมการการลงทุน

อยางไรก็ตาม ทิศทางผลประกอบการในไตรมาส 2/69 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากการรับรู้รายได้การให้บริการแฟรนไชส์จากฟิลิปปินส์ และการได้รับมาตรฐาน GMP รวมทั้งธนาคารเซลล์ ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งนี้ ผลกระทบจากอัตราการเกิดในไทยที่ลดลง บริษัทมองว่า ผลกระทบมีจำกัดเนื่องจากเด็กเกิดใหม่ในไทยราว 1 แสนคนต่อไตรมาส แต่จำนวนสัญญาการเก็บของเด็กแรกเกิดอยู่ที่ 200 สัญญาต่อไตรมาส หรือบริษัทยังเก็บเสต็มเซลล์เพียง 0.2% ของเด็กเกิดใหม่ทั้งหมด ทำให้ยังมีโอกาสเติบโตจากการเพิ่มอัตราการตัดสินใจใช้บริการ (Adoption Rate) ของพ่อแม่ยุคใหม่ ซึ่งยังมีช่องว่างให้เติบโตอีกมหาศาลเมื่อการใช้เสต็มเซลล์แพร่หลายในไทย

นางสาวอัญชิสา กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทยังคงมุ่งเน้นการทำวิจัยขึ้นทะเบียนยาให้สำเร็จ ตั้งเป้าขึ้นทะเบียนยาให้ได้ปีละ 2 โรค เริ่มต้นในปี 69 ด้วย โรคข้อเข่าเสื่อมและผิวหน้าเสื่อม ตามด้วยโรคอื่นในปีถัดไป รวมทั้งการรับรองมาตรฐานต่าง ๆ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการลงทุนเพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่ง และการเติบโตแบบก้าวกระโดดจะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 70 เป็นต้นไปหลังจากการขึ้นทะเบียนยาสำเร็จ

และ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและชดเชยการชะลอตัวชั่วคราว กลุ่มบริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์เชิงรุก ดังนี้ ยกระดับมาตรฐานสากล มุ่งเน้นมาตรฐานธนาคารเซลล์ (BIO Bank) และมาตรฐาน GMP เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ "ผู้นำด้านนวัตกรรมการแพทย์" สร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มอัตราการตัดสินใจซื้อของลูกค้าขยายฐานสู่ต่างประเทศ บริษัทเริ่มเจาะตลาดประเทศอื่นมากขึ้นเพื่อชดเชยรายได้จากลูกค้ากัมพูชาที่ลดลง โดยศูนย์สเต็มเซลล์ในฟิลิปปินส์ก่อสร้างใกล้เสร็จ ภายในไตรมาส 2/69 จะรับรู้รายได้เข้ามา ขณะที่มองโกเลีย ที่ได้มีการเซ็นสัญญาไปรับรู้รายได้บางส่วนตั้งแต่ไตรมาส 1/69 และเตรียมรับรู้รายได้มากขึ้นในไตรมาส 2/69 เป็นต้นไป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ