บมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง [PSH] เปิดผลประกอบการไตรมาส 1/69 ด้วยรายได้รวม 3,430 ล้านบาท ลดลง 7.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปรับลดลงตามรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัว ลงตามอุตสาหกรรมโดยรวม รายได้กิจการโรงพยาบาลเติบโตต่อเนื่องจากการเร่งขยายฐานและค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยหลากหลายกลุ่มทั้งในและต่างประเทศ สำหรับความสามารถในการทำกำไรในไตรมาส 1/69 อัตรากำไรขั้นต้นใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ อัตรากำไรสุทธิดีขึ้น แม้ว่ารายได้จากอสังหาริมทรัพย์จะลดลง แต่ต้นทุนลดลงในอัตราที่มากกว่า จากความพยายามในการบริหารต้นทุนแม้ว่ายังคงมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงต่อเนื่องจากปีก่อนก็ตาม และค่าใช้จ่ายในการขายและ บริหารลดลงในทิศทางเดียวกันให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

ส่วนกำไรสุทธิ อยู่ที่ 56 ล้านบาท จาก 13 ล้านบาทในไตรมาส 1/68 เพิ่มขึ้น 326% โดยบริษัทยังคงเร่งระบายโครงการที่มีอยู่ในมือเพื่อบริหารเงินสด นำเสนอโครงการใหม่พร้อมบริการด้านเฮลท์แคร์จาก ธุรกิจในกลุ่ม รวมถึงการปรับแบบและราคา การเร่งปิดโครงการ เพื่อการบริหารต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและ บริหาร และต้นทุนทางการเงินให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง แต่ยังคงไม่สามารถชดเชยรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงได
บริษัทพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตระยะยาว ผ่านการ Transform ธุรกิจครั้งสำคัญ จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่การเป็น "Integrated Living & Healthcare Platform" ภายใต้แนวคิด Lifetime Well-Living อยู่ดีทั้งชีวิต โดยผสานจุดแข็งด้านอสังหาริมทรัพย์ และบริการด้านเฮลท์แคร์ ในการสร้างคุณค่าและรายได้ระยะยาว

บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ Asset-Optimized, Capital-Efficient และ Well-Living-Focused เพื่อยกระดับจากการเติบโตเชิงปริมาณ สู่การสร้างรายได้คุณภาพ และ Recurring Income อย่างยั่งยืน พร้อมรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน ด้วยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Gearing Ratio) ในระดับต่ำเพียง 0.26 เท่า และต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยลดลงเหลือ 2.35% สะท้อนวินัยทางการเงินและความพร้อมในการรองรับการเติบโตในอนาคต
นางสาวปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม PSH กล่าวว่า ปี 69 ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการขับเคลื่อนพฤกษาในมิติใหม่ โดยเราเดินหน้ากลยุทธ์ต่อเนื่องจากแผนปี 68 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ การดูแลเชิงป้องกัน และคุณภาพชีวิตระยะยาวมากขึ้น พฤกษาจึงเดินหน้าสร้าง Well-Living Ecosystem ที่เชื่อม "การอยู่อาศัย" และ "สุขภาพ" เข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ และต่อยอดสู่การสร้างรายได้ระยะยาวผ่านบริการและ Ecosystem ที่เกี่ยวเนื่อง

สำหรับกลยุทธ์ Asset-Optimized บริษัทฯ มุ่งบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมต่อยอดสู่รายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านการปรับพอร์ตโครงการ การบริหารแลนด์แบงก์ และการขยายธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดระยะยาว ทั้งโครงการคลังสินค้าอัจฉริยะ อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ และโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า (Eco Apartment) ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีและใช้ความชำนาญในด้านการก่อสร้างเร็ว ทำให้ Time To Cash ใช้เวลาเพียงแค่ 4 เดือน และปล่อยเช่าได้ 100% ปัจจุบันมี 5 ตึกบนทำเล ลำลูกกา รังสิต และบ่อวิน
ด้านกลยุทธ์ Capital-Efficient บริษัทฯ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินในระดับ Best-in-Class ด้วยสภาพคล่องที่แข็งแรง วงเงินสินเชื่อรองรับการเติบโต และต้นทุนทางการเงินในระดับต่ำ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนและการบริหารธุรกิจท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน
ขณะที่กลยุทธ์ Well-Living-Focused ถือเป็นหัวใจสำคัญของการ Transform องค์กรในครั้งนี้ โดยพฤกษาเดินหน้ายกระดับสู่การเป็นผู้นำ "Integrated Living & Healthcare Platform" ผ่านการเชื่อมต่อระบบการอยู่อาศัยและบริการสุขภาพอย่างครบวงจร จุดแข็งสำคัญของพฤกษา คือเป็นผู้เล่นรายเดียวที่มีโรงพยาบาลในเครือ ซึ่งทำให้สามารถ Integrate Healthcare Services เข้าสู่ประสบการณ์การอยู่อาศัยได้จริง ตั้งแต่บริการตรวจสุขภาพ การปรึกษาแพทย์ออนไลน์ Family Doctor แพทย์เฉพาะทางประจำครอบครัว ไปจนถึง Well-Living Club แพลตฟอร์ม Community ที่ใช้เชื่อมต่อกับลูกบ้านของพฤกษา เพื่อส่งมอบบริการ สิทธิประโยชน์ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
ด้านธุรกิจเฮลท์แคร์ ซึ่งมีบทบาทในการเป็น New Profit Engine ของกลุ่มในปี 69 โรงพยาบาลวิมุตยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1/69 มีรายได้ 562 ล้านบาท เติบโต 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ EBITDA เติบโต 24% จากรายได้ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วย IPD/OPD ที่เพิ่มขึ้น การบริหารต้นทุนทางการแพทย์และเวชภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ การขยายฐานลูกค้าประกันและองค์กร รวมถึงการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ในหลายสาขา อาทิ หัวใจ ปอด กระดูก สุขภาพผู้หญิง และเวชศาสตร์เชิงป้องกัน
ในส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทฯ เดินหน้าปรับพอร์ตโครงการให้สอดคล้องกับดีมานด์จริงของตลาด โดยเน้นกลุ่มพรีเมียมและทำเลศักยภาพ รวมถึงต่อยอดโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น Lease & Rent-to-Own Program และ Leasehold Program เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงลูกค้าและสร้างความยืดหยุ่นทางการขายมากขึ้น
"สิ่งที่พฤกษากำลังสร้าง ไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัยหรือบริการสุขภาพ แต่คือ Infrastructure ของการมีชีวิตที่ดี ที่เชื่อมบ้าน สุขภาพ บริการ และ Data Ecosystem เข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อดูแลลูกค้าในทุกช่วงวัย และสร้างมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยในอนาคต" นางสาวปัทมา กล่าวด้านนายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) กล่าวถึงภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในไตรมาส 1/69 ที่ยังอยู่ในภาวะเปราะบาง การเติบโตยังไม่กระจายเท่ากันในทุกเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะภาพตลาดบ้านเดี่ยวที่มียอดขายอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนว่าผู้ประกอบการต้องปรับสินค้า ราคา และช่องทางการขายให้แม่นยำมากขึ้น
"พฤกษา จึงเดินหน้าปรับพอร์ตโครงการให้สอดคล้องกับดีมานด์จริงของตลาด โดยไตรมาสแรก มีการเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการมูลค่ารวม 4,060 ล้านบาท โดยเน้นเซ็กเมนต์ที่มีดีมานด์จริง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพรีเมียมและแนวราบบนทำเลที่มีศักยภาพ ขณะเดียวกันยังเร่งบริหารสินค้าพร้อมขาย มูลค่า 65,300 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนเป็นรายได้และกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการปรับสินค้า ราคา และช่องทางขายให้ตอบโจทย์กำลังซื้อในแต่ละกลุ่ม" นายธีระ กล่าวในไตรมาส 1/69 พฤกษา เรียลเอสเตท มียอดพรีเซลล์ 2,700 ล้านบาท และยอดโอน 2,660 ล้านบาท บริษัทฯ วางแผนเร่งยอดขาย ผ่านกลยุทธ์หลัก ได้แก่ การขยายโครงการสู่ 4 จังหวัดใหญ่ที่มีศักยภาพสูงและมีดีมานด์รองรับชัดเจน การปรับสินค้าและราคาให้เหมาะสมกับราคาที่ลูกค้าเต็มใจจ่าย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเร่งปิดโครงการ เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและบริหารกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ เดินหน้าขยายบิสิเนสโมเดลใหม่เพื่อเพิ่มโอกาสการขายและใช้สินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น โปรแกรมลีสซิ่ง และเช่าเพื่อซื้อ (Lease & Rent-to-Own Program) เปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินดาวน์ และช่วยให้การโอนกรรมสิทธิ์สู่การเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น รวมถึงโปรแกรมสิทธิการเช่าระยะยาว (Leasehold Program) เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ด้วยแผนการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น นอกจากนี้ทำการตลาดด้วยการใช้ Micro Agents ขยายฐานการเข้าถึงลูกค้าครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และการเจาะกลุ่มนักลงทุนและกลุ่มธุรกิจ SME ออนไลน์ ที่มองหาพื้นที่ในการสต๊อคสินค้าหรือการขายผ่านไลฟ์คอมเมิร์ซต่าง ๆ
สำหรับโครงการไฮไลท์ในปีนี้ บริษัทฯ เดินหน้าสร้างการรับรู้ในกลุ่มโครงการระดับพรีเมียม ได้แก่ เดอะ รีเซิร์ฟ วิลล่า สุขุมวิท 89/1 เจาะกลุ่มผู้มีรายได้สูง บนทำเลใจกลางเมือง, เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม.8 ที่ชูจุดเด่นพื้นที่คอร์ทยาร์ดส่วนตัวเชื่อมโยงธรรมชาติและไลฟ์สไตล์สุขภาพ, เดอะ ปาล์ม วิภาวดี 64 บ้านระดับพรีเมียมในทำเลใกล้เมือง เพียง 19 ครอบครัวเท่านั้น รวมถึงโครงการใหม่ เดอะ คอนเนค ปัญญา-รามอินทรา มูลค่า 950 ล้านบาท บนพื้นที่ 23 ไร่ จำนวน 205 ยูนิต คาดเปิดตัวในไตรมาส 2/69 โครงการแชปเตอร์วัน รัชดา 19 คอนโดมิเนียม Low-Rise ซึ่งมีจุดเด่นด้านดีไซน์สไตล์ NYC Urban พร้อมแนวคิด Pet-Friendly ซึ่งคาดจะเปิดตัวในไตรมาส 3/2569 และโครงการแชปเตอร์วัน ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ คอนโดมิเนียม High-Rise 32 ชั้น ออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Creation Living Experience คาดว่าจะเริ่ม Soft Launch ในไตรมาส 4/69
นายแพทย์นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจโรงพยาบาลในเครือวิมุตยังคงเติบโตต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญต่อการขยาย Well-Living Ecosystem ของกลุ่มพฤกษา โดยไตรมาส 1/69 มีรายได้ 562 ล้านบาท เติบโต 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมี EBITDA 58 ล้านบาท เติบโต 24%
"วิมุตมุ่งยกระดับจากโรงพยาบาลทั่วไปสู่ Specialty Healthcare Platform ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงลึกและเชิงป้องกันมากขึ้น โดยในไตรมาสแรก เราเห็นการเติบโตที่ดีจากบริการหลัก ได้แก่ ศัลยกรรม ตรวจสุขภาพ กระดูกและข้อ ระบบทางเดินอาหารและตับ รวมถึงหัวใจและหลอดเลือด ขณะเดียวกัน วิมุต-เทพธารินทร์ยังคงเป็นฐานสำคัญด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ได้แก่ เบาหวาน ไทรอยด์ และเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพระยะยาวมากขึ้น" นพ.นิพัฒน์ กล่าวในปี 69 วิมุตเดินหน้าขยายการเติบโตผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การยกระดับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์บริการ โดยเฉพาะด้านสุขภาพผู้หญิง (One-Stop Womens Health Platform) ครอบคลุมสูตินรีเวช เต้านม รวมถึงผิวหนังและความงาม ซึ่งทำรายได้เติบโต 12% ในขณะเดียวกันวิมุตมีการขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติผ่าน Doctor-led Roadshows และจัดทำแพ็กเกจเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะตลาดเมียนมาและกลุ่มเอเชียใต้ที่เติบโต 141% และ 70% ตามลำดับ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าประกันและองค์กร ผ่านสิทธิประโยชน์ โปรแกรมตรวจสุขภาพ และกิจกรรมให้ความรู้ร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่ โดยกลุ่มประกันเติบโต 8% และลูกค้าองค์กรเติบโต 12%