นายพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) [JSP] เปิดเผยถึงกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 69 โดยยังรักษาระดับการเติบโตของรายได้หลัก ทั้งจากธุรกิจ Own Brand ธุรกิจ OEM และรายได้จากการเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรก แต่คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาล รวมทั้งการออกสินค้าใหม่ โดยบริษัทยังคงเป้าหมายรายได้จากการขายปีนี้ไม่น้อยกว่า 10%
นอกจากนี้ปีนี้มุ่งเน้นการขยายฐานธุรกิจจากยาและอาหารเสริมแบบดั้งเดิม สู่กลุ่ม Functional (FMCG) เพื่อขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดทั่วไป รวมทั้งเตรียมขยายตลาดต่างประเทศ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
ภาพรวมรายได้ของบริษัทมาจาก 3 โครงสร้างหลัก ได้แก่ Own Brand 40% ธุรกิจ OEM 40% และอีก 20% มาจากรายได้การเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทวางกลยุทธ์ในการดำเนินงาน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเตรียมขยายธุรกิจตลาดต่างประเทศในหลายภูมิภาค รวมทั้งเพิ่มผลิตภัณฑ์กลุ่ม FMCG ซึ่งจะเข้ามาหนุนการเติบโตของรายได้ในอนาคต โดยตั้งเป้าให้กลุ่มธุรกิจ OEM, Own Brand, FMCG และ ต่างประเทศ มีสัดส่วนรายได้กลุ่มละ 25% หรือมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน
สำหรับกลยุทธ์หลักในปี 69 ได้แก่
1. เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งแบรนด์ "สุภาพโอสถ"
JSP จะโฟกัสการพัฒนา Own Brand มากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ "สุภาพโอสถ" เพิ่มความสำคัญในกลุ่มสินค้าที่เป็นจุดแข็ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานสูงสุด โดยสินค้าหลักอย่างกลุ่มน้ำมันงาดำรำข้าวยังเติบโตในระดับ 2 หลัก และช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งต่อความน่าเชื่อถือไปสู่แบรนด์ที่จะเปิดใหม่ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการหาพันธมิตรและที่ปรึกษาเชี่ยวชาญเพื่อผลักดันการเติบโต โดยช่วงสิ้นปีจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มีการ Collab กับแบรนด์อื่น ๆ ด้วย
2.รุกขยายตลาดต่างประเทศ
บริษัทเตรียมขยายตลาดต่างประเทศในหลายภูมิภาค หลังมีประสบการณ์ในกลุ่ม CLMV มากว่า 20 ปี โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรในประเทศจีน รวมถึงเตรียมขยายตลาดไปยังเวียดนาม ตะวันออกกลาง สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไต้หวัน และฮ่องกง เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรระยะยาว รองรับแผนการเป็นองค์กรสุขภาพครบวงจรในอนาคต
3. เพิ่มโปรดักต์ Functional FMCG
JSP อยู่ระหว่างศึกษาการต่อยอดธุรกิจสู่กลุ่ม FMCG เพื่อขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดทั่วไปมากขึ้น หลังแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักในตลาดออนไลน์ และยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมองว่ากลุ่ม Functional FMCG จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันแบรนด์เข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้เร็วขึ้นในอนาคต ผ่านกลยุทธ์ Collaboration Brand ต่อยอดศักยภาพของแบรนด์ สร้างการรับรู้ใหม่ และขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น เจาะตลาดที่เป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะด้านกีฬา ซึ่งคาดว่าจะออกสินค้าใหม่ในกลุ่มดังกล่าวช่วงสิ้นปี 69
สำหรับแผนการตลาด ปี 69 บริษัทเตรียมงบลงทุนด้านการตลาดราว 90 ล้านบาทใกล้เคียงกับปี 68 โดยเพิ่มงบด้าน Branding มากขึ้น จากเดิมที่เน้น Direct Marketing และการตลาดออนไลน์แบบวัดผลเป็นหลักจะมุ่งสร้างแบรนด์อย่างยั่งยืน ไม่เน้นการเติบโตแบบหวือหวา แต่ให้ความสำคัญกับการเติบโตที่มั่นคงและวัดผลได้ นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมกีฬาและสร้างทีมนักกีฬาของบริษัท เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ด้านสุขภาพและความแข็งแรงขององค์กร ควบคู่กับ Influencer รุ่นใหม่ หรือ ช่องทางภาพยนตร์-ซีรีส์ไทยในกระแส เพื่อเข้าถึงผู้บริโภค Gen ใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Wellness และการดูแลสุขภาพมากขึ้น
นายพิษณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า JSP ยังคงเดินตามโรดแมประยะยาวที่วางไว้ในการก้าวขึ้นสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำธุรกิจสุขภาพครบวงจร ล่าสุดบริษัทเดินหน้าปรับโครงสร้างการบริหารองค์กรครั้งสำคัญ เพื่อรองรับเป้าหมายดังกล่าว โดยแบ่งบทบาทการดำเนินงานชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังนี้ "นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ" ดำรงตำแหน่ง Group CEO รับผิดชอบด้านการลงทุนเพื่อการเติบโตจากภายนอก มุ่งมองหาโอกาสลงทุนในบริษัทด้านสุขภาพที่มีศักยภาพ เพื่อนำมาเสริมศักยภาพให้ JSP มีสินค้าและบริการด้านสุขภาพครบและตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด ซึ่งการมองหาโอกาสทางธุรกิจครั้งนี้ยังสามารถพัฒนาและยกระดับ บริษัทที่จะเข้าไปลงทุนให้ก้าวสู่ระบบตลาดทุน ด้วยการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ LiVEx ก่อนต่อยอดสู่ mai ในอนาคต เพื่อสร้างทีมบริหารและระบบองค์กรที่มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น
ขณะเดียวกันในส่วนของธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) "นายสรสิช แดงประเสริฐ" จะเข้ามาดูแล ซึ่งธุรกิจนี้เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว หลังลูกค้าบางส่วนทยอยกลับมาใช้บริการ จากความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตระดับสากลของบริษัท และความเชี่ยวชาญในการรองรับลูกค้ากลุ่มที่ต้องการมาตรฐานการผลิตระดับโลก สำหรับการขยายตลาดต่างประเทศ จะเป็นความร่วมมือร่วมกันของทีมบริหารในการผลักดันการเติบโตในแต่ละภูมิภาค ขณะที่ "นางสาวจิรดา แดงประเสริฐ" จะเข้ามาดูแลงานด้านการเงินและระบบบริหารจัดการหลังบ้าน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างองค์กรและรองรับการเติบโตในระยะยาว