นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ปลูกผักเพราะรักแม่ [OKJ] เปิดเผยถึงแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2/69 คาดยังขาดทุน แต่แนวโน้มฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากบริษัทได้ปรับแผนกลยุทธ์ในการดำเนินงาน สำหรับแบรนด์โอ้กะจู๋ได้เพิ่มไซส์ใหม่ที่เล็กลงเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีและสามารถสร้างการซื้อซ้ำจากลูกค้าได้ รวมถึงมีแผนปรับโครงสร้างเมนูให้เป็น Everyday Meal ตอบโจทย์ด้านขนาดและราคา เพิ่มความถี่ในการเข้าร้าน และนำระบบ One Membership มาใช้ด้วย
อนึ่ง ในไตรมาส 1/69 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 30.4 ล้านบาท ลดลง 147.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลงและการแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม EBITDA (กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย) อยู่ที่ 44.1 ล้านบาท ลดลง 68.2% YoY แต่ปรับตัวดีขึ้น 50.7% QoQ และยังคงเป็นบวก สะท้อนว่าธุรกิจหลักยังสามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ดี
นอกจากนี้ ในไตรมาสนี้มีช่วงเทศกาลและเป็นฤดูกาลของการท่องเที่ยว รวมถึงบริษัทเตรียมออกสินค้าใหม่ ขยายสาขาต่อเนื่อง พร้อมบริหารจัดการต้นทุน นอกจากนี้เตรียมเปิดแบรนด์ใหม่ต้นเดือน มิ.ย. นี้
โดยแผนการขยายสาขาในปีนี้ แบ่งเป็นแบรนด์ โอ้กะจู๋ (Ohkajhu) 1 แห่ง เปิดในไตรมาส 3/69 แบรนด์ Oh! Juice 2 แห่ง เปิดในไตรมาส 2/69 ถึงไตรมาส 3/69 และแบรนด์ Joe's Wings เปิดสาขาใหม่ในไตรมาส 2/69 จำนวน 4 สาขา ไตรมาส 3/69 จำนวน 5 สาขา และไตรมาส 4/69 จำนวน 2-3 สาขา ทั้งนี้บริษัทเน้นการขยายอย่างระมัดระวังและเลือกทำเลที่มีศักยภาพสูง ส่วนโครงการขนาดใหญ่ในภาคใต้ได้มีการชะลอการลงทุนออกไปก่อน เพื่อประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวและสงคราม
นอกจากนี้บริษัทเตรียมเปิดแบรนด์ใหม่ Grill & Ground ร้านสเต็กและสลัดบาร์ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่แบรนด์โอ้กะจู๋เข้าไม่ถึง ด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่และราคาเข้าถึงง่าย ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้ ราคาเฉลี่ยต่อบิลประมาณ 250-300 บาท เทียบกับโอ้กะจู๋ที่ประมาณ 500 บาท เพื่อเจาะกลุ่มคนทั่วไปทั้งครอบครัวและวัยรุ่น โดยในปีนี้จะขยายทั้งหมด 5 สาขา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการคอนเวิร์ต (Convert) สาขาโอ้กะจู๋เดิมที่ถึงรอบรีโนเวทและตั้งอยู่ในทำเลที่มีร้านโอ้กะจู๋เพียงพอแล้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่
สำหรับแบรนด์ Oh! Juice แม้ยอดขายจะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง แต่เริ่มฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งกลยุทธ์หลักต้องเพิ่มความถี่ในการซื้อจากการออกเมนูใหม่ รวมทั้งปรับราคาให้เข้าถึงง่ายขึ้น ด้านแบรนด์ Joe's Wings ปัจจุบันมี 7 สาขา ปีนี้มีแผนขยายเป็น 16-20 สาขา โดยมีแผนออกรสชาติใหม่รวมถึงเปิดระบบสมาชิกเข้ามาช่วยเช่นเดียวกัน
สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อบริษัทในแง่ของต้นทุนค่าขนส่ง และสินค้าบางรายการที่นำเข้า แต่บริษัทเตรียมพร้อมสำหรับสินค้าทดแทน และไม่ได้ผลักภาระไปที่ผู้บริโภค โดยต้นทุนในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่รักษาได้อยู่