เอชเอสบีซีเผยนักสะสมควรวางแผนด้วยเป้าหมายและความหลงใหล เพื่อรับมือกับ 'Great Stuff Transfer'

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday July 9, 2026 17:08 —ThaiPR.net

เอชเอสบีซีเผยนักสะสมควรวางแผนด้วยเป้าหมายและความหลงใหล เพื่อรับมือกับ 'Great Stuff Transfer'

เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ (HSBC Private Bank) เผยนักสะสมผู้มีความมั่งคั่งควรผสานความหลงใหลในการสะสมเข้ากับการวางแผนอย่างมีเป้าหมาย เพื่อปกป้องความมั่งคั่งของครอบครัวในยุคแห่ง "การส่งต่อสินทรัพย์เพื่อการสะสมครั้งใหญ่" (Great Stuff Transfer)

รายงานฉบับล่าสุดของเอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ ในหัวข้อ "ของสะสม: วางแผนด้วยเป้าหมายและความหลงใหล" (Collectibles: Having purpose and passion) ได้สำรวจแนวโน้มการขยายตัวและพัฒนาการของตลาดของสะสมทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ พบว่าท่ามกลางความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น ลูกค้ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงและลูกค้ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงมากกำลังสร้างคอลเลกชันของสะสมส่วนตัวจากทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น ทั้งในงานศิลปะ รถยนต์ เซรามิก และของสะสมที่ระลึก

แม้ว่าการสะสมจะเริ่มต้นจากความชื่นชอบ แต่เมื่อคอลเลกชันที่สะสมมีจำนวนมากขึ้นและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการขนส่ง การจัดเก็บ การติดตั้ง และการบำรุงรักษา ทั้งนี้ การสร้าง การดูแลรักษา และการส่งต่อคอลเลกชันที่สะสมนั้นมีความซับซ้อนมากกว่าที่หลายคนคาดคิด เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของประเด็นต่อไปนี้

  • การตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นระบบ: การจัดทำบัญชีรายการและประเมินมูลค่าทรัพย์สินสะสมอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างฐานข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งต่อสินทรัพย์ไปยังคนรุ่นต่อไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ นักสะสมควรให้ทายาทของตนทราบว่าสินทรัพย์เพื่อการสะสมเหล่านั้นถูกจัดเก็บไว้ที่ใด และสามารถเข้าถึงได้อย่างไรเมื่อจำเป็น
  • การสื่อสาร: การพูดคุยอย่างเปิดเผยกับบุตรหลานจะช่วยให้เจตนารมณ์ของนักสะสมที่มีต่อคอลเลกชันสะสมของตนมีความชัดเจนมากขึ้น กล่าวคือ เมื่อถึงเวลารับมรดก ทายาทควรมีความเข้าใจที่ชัดเจนว่านักสะสมต้องการให้สินทรัพย์เพื่อการสะสมนั้นถูกเก็บรักษาไว้ทั้งหมด แยกส่วนคอลเลกชั่นสะสม หรือคงไว้ดังเดิม รวมถึงบริจาค นำไปจัดแสดงต่อสาธารณะ หรือขายสินทรัพย์นั้นออกไป
  • การจัดทำแผนอย่างเป็นทางการ: นักสะสมควรพิจารณานำสินทรัพย์ที่สะสมไว้ของตนเข้าไปรวมไว้ในแผนการจัดการมรดกโดยรวม เพื่อลดความเสี่ยงของข้อพิพาทระหว่างทายาทเมื่อถึงเวลารับมรดก โดยแผนที่จัดทำอย่างเป็นทางการจะช่วยลดภาระด้านกฎหมาย การขนส่ง ภาษี และอารมณ์ของผู้รับผลประโยชน์ได้อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งการสูญเสีย

รายงานฉบับนี้ยังกล่าวถึงแนวโน้มใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น เช่น ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นในเอเชียกำลังเปลี่ยนแปลงรสนิยมของนักสะสมและสร้างศูนย์กลางการสะสมแห่งใหม่ นักสะสมในตะวันออกกลางมีบทบาทเพิ่มขึ้นในตลาดรถยนต์สะสม และผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะสะสมสิ่งของที่สอดคล้องกับคุณค่าที่ตนยึดถือมากขึ้น นอกจากนี้ กระแสความหวนคิดถึงอดีตยังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญของตลาดของสะสมที่ระลึก ซึ่งเห็นได้จากตัวอย่างกรณีหนังสือการ์ตูนที่ซื้อในราคา 10 เซนต์เมื่อ พ.ศ. 2481 ถูกขายไปในราคาถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา

นางไอดา หลิว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ กล่าวว่า "คอลเลกชันของสะสมส่วนตัว คือ การแสดงออกถึงตัวตน มรดกที่ทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง และเจตนารมณ์ของเจ้าของ เมื่อคอลเลกชันเหล่านี้เติบโตขึ้นทั้งในด้านความสำคัญ ความรับผิดชอบในการดูแลรักษาจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น การวางแผนอย่างรอบคอบจะช่วยให้นักสะสมสามารถส่งต่อย์สินทรัพย์ที่ได้สร้างสมไว้ รวมถึงความหมาย และคุณค่าที่อยู่เบื้องหลังสิ่งเหล่านั้นให้คงอยู่ไปถึงคนรุ่นต่อ ๆ ไป"


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ