MAGURO เปิดตัว หลาย ร้านอีสานร่วมสมัยขยายฐานแมสหนุน Repeat Rate ต่อยอด Food Platform ครบวงจร

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday August 28, 2026 17:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บมจ.มากุโระ กรุ๊ป [MAGURO] แบรนด์ที่ 14 ในเครืออย่าง หลาย (Laii) ร้านอาหารอีสานร่วมสมัยภายใต้แนวคิด Authentic Isan Comfort ที่ถ่ายทอดหัวใจของครัวอีสานแท้ในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย ต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญให้พอร์ตโฟลิโอให้ครอบคลุมอาหารหลากสัญชาติตอบโจทย์ทุกโอกาสการรับประทานของผู้บริโภคไทย โดย หลาย มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน 2569 ณ Nirvana Porch กรุงเทพกรีฑา ในรูปแบบ Collaborative Dining ร่วมกับร้าน CouCou เพื่อเพิ่มความหลากหลายของประสบการณ์

นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MAGURO กล่าวว่า หลาย คือคำตอบของเราต่อตลาดร้านอาหารไทยที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศ ไม่ใช่แค่การเพิ่มแบรนด์ใหม่ในพอร์ตบริษัท แต่คือก้าวสำคัญที่เราวางแผนและศึกษาตลาดมาเกือบ 2 ปี เพื่อผลักดัน MAGURO Group ให้เป็นมากกว่าผู้เชี่ยวชาญอาหารญี่ปุ่น เราเลือกส้มตำและอาหารอีสานเป็นหมัดเด็ดแรกในการบุกตลาดนี้ เพราะเป็นเมนูที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราคุ้นเคยและรับประทานอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แต่ หลาย ไม่ได้หยุดแค่นั้น เรายังมีอาหารไทยและเมนูจานเดียวหลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งพนักงานออฟฟิศที่มีเวลาจำกัด ไปจนถึงมื้อครอบครัวอย่างกุ้งแม่น้ำและต้มยำ ให้ครบทุกโอกาสการรับประทาน

หลาย มาจากภาษาอีสานที่แปลว่า มาก สื่อถึงความตั้งใจที่มากพอจะส่งต่อ ทั้งรสชาติที่แซ่บ นัว หอมกลมกล่อม และการต้อนรับแบบอีสานที่จริงใจ โดยเชื่อว่าความ แท้ ของอาหารอีสานอยู่ที่วิถีการกินและแบ่งปันร่วมกัน ไม่ใช่แค่สูตรตำรับ เมนูเด่นของร้านครอบคลุมส้มตำ ลาบ น้ำตก ยำ ต้มแซ่บ และปิ้งย่าง ราคาเริ่มต้น 79 บาท ไปจนถึงเมนูจานเดียวอิ่มครบราคา 139 บาท อย่างข้าวผัดพริกขี้หนูคอหมูย่าง ด้านวัตถุดิบคัดสรรความพรีเมียม ตั้งแต่น้ำปลาร้าสูตรเฉพาะ มะละกอแขกดำเนื้อแน่นกรอบ ไปจนถึงวากิวไทย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ปรุงด้วยเตาถ่าน Kopa Charcoal Oven นำเข้าจากเยอรมนี พร้อมกรรมวิธีพิถีพิถัน เช่น หมักคอหมูย่างนาน 4 ชั่วโมง ซูวีลิ้นวัว 16 ชั่วโมง และตุ๋นเครื่องใน 6 ชั่วโมง ปิดท้ายด้วยข้าวเหนียวแสงแรก ข้าวเหนียวพื้นเมืองพันธุ์โบราณที่เก็บเกี่ยวได้เพียงปีละหนึ่งฤดูกาล โดดเด่นด้วยสีแดงอมชมพูตามธรรมชาติ

การเปิดแบรนด์ หลาย เกิดขึ้นบนพื้นฐานการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ MAGURO Group ซึ่งล่าสุดบริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่ 2 และครึ่งปีแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 1,138.6 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 32.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีสาขารวมทั้งสิ้น 58 สาขา เพิ่มขึ้นจาก 45 สาขาในช่วงเดียวกันของปีก่อน ครอบคลุมแบรนด์อาหารในเครือหลากหลายระดับราคา ตั้งแต่ระดับพรีเมียมถึงตลาดแมส ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดตัวแบรนด์ อิปเปะ คอปเปะ (IPPE KOPPE) ในไตรมาสที่ 2 และการเปิดให้บริการ ไคเต็น ซูชิ กินซ่า โอโนเดระ (KAITEN SUSHI GINZA ONODERA) ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สะท้อนแผนกลยุทธ์การพัฒนาและเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มและโอกาสการบริโภคใหม่ กระจายแหล่งที่มาของรายได้ และเพิ่มศักยภาพการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ

ปัจจุบัน MAGURO Group ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นและเกาหลีระดับพรีเมียมเท่านั้น แต่บริษัทฯ กำลังเติบโตและตั้งเป้าพัฒนาสู่การเป็นผู้นำธุรกิจร้านอาหารที่ครบวงจร ครอบคลุมอาหารหลากหลายสัญชาติและหลากหลายรูปแบบ ด้วยกลยุทธ์ทั้งการนำเข้าแบรนด์สุดฮิตจากประเทศญี่ปุ่น ควบคู่ไปกับการพัฒนาแบรนด์ขึ้นเองภายในบริษัท เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การรับประทานอาหารของผู้บริโภคให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นในทุกมิติ การเปิดตัว หลาย จึงเป็นการรุกเข้าสู่ตลาดอาหารไทยและอาหารอีสานอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และเป็นที่นิยมอย่างสูงในประเทศไทย ต่อยอดจากพอร์ตโฟลิโอเดิมของกลุ่มที่ครอบคลุมอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมถึงตลาดแมส ภายใต้เครื่องหมายการค้าต่างๆ ในเครือ ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาและเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มและโอกาสการบริโภคใหม่ รวมถึงกระจายแหล่งที่มาของรายได้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ ในระยะยาว

กลุ่มร้านอาหารหลักดั้งเดิมของเครือ อย่างมากุโระ (ร้านซูชิและอาหารญี่ปุ่นพรีเมียม) และฮิโตริ ชาบู (ชาบูระดับพรีเมียม) จับกลุ่มตลาดระดับ Premium-mass ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยค่อนข้างสูง ทำให้ความถี่ในการเข้าใช้บริการของลูกค้าอยู่ในระดับจำกัดตามธรรมชาติของกลุ่มราคา แบรนด์ หลาย จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อขยายฐานลูกค้าลงสู่กลุ่มแมส โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มคนทำงาน และกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มองหาร้านอาหารที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่า ด้วยระดับราคาที่จับต้องได้กว่าแบรนด์เดิมในเครืออย่างชัดเจน ควบคู่ไปกับกลยุทธ์สร้างความถี่ในการรับประทาน (Frequency Play) เนื่องจากอาหารไทยและอีสาน โดยเฉพาะเมนูส้มตำและอาหารจานเดียว เป็นเมนูที่ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้บ่อยเป็นประจำทุกวัน สอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความรวดเร็วและคุ้นเคย ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการกลับมาใช้บริการซ้ำ (Repeat Rate) ให้กับกลุ่มบริษัทฯ ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ร้าน หลาย เตรียมเปิดประตูต้อนรับอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่ Nirvana Porch กรุงเทพกรีฑา

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ