นางสมหะทัย พานิชชีวะ ประธานเจ้าหน้าที่ บมจ.อมตะ วีเอ็น [AMATAV] ร่วมกับผู้นำภาคธุรกิจชั้นนำของประเทศไทย เข้าพบ นายโต เลิม ประธานาธิบดี เวียดนาม ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม โดยอมตะได้ดำเนินธุรกิจในประเทศเวียดนามด้วยวิสัยทัศน์แห่งการเป็นพันธมิตรเพื่อการเติบโตร่วมกัน (Growth Partner) มาโดยตลอด สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของกลุ่มอมตะ ในฐานะภาคเอกชนไทยชั้นนำที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมและการลงทุนระหว่างสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

"อมตะไม่ได้มุ่งเป็นเพียงผู้พัฒนาเมืองอุตสาหกรรม แต่เราพร้อมก้าวสู่บทบาทพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partner) ที่พร้อมร่วมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับประเทศเวียดนามในระยะยาว" นางสมหะทัย กล่าวเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน นายโอซามุ ซูโด รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด ได้ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในเวทีเสวนาหัวข้อ "ThailandVietnam Cooperation: A New Growth Driver for ASEAN" โดยระบุว่า ยุทธศาสตร์ของอมตะจากที่มุ่งการเติบโตเชิงปริมาณไปสู่การให้ความสำคัญกับคุณภาพที่สร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว เพื่อให้สอดรับกับโครงสร้างเศรษฐกิจสมัยใหม่และการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยอมตะให้ความสำคัญกับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่มีมาตรฐานสูง ควบคู่กับการสนับสนุนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐเวียดนาม เพื่อรองรับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ เทคโนโลยีขั้นสูง เซมิคอนดักเตอร์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และพลังงานหมุนเวียน
ปัจจุบัน อมตะ วีเอ็นได้นำหลักการ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) มาเป็นแกนหลักในยุทธศาสตร์องค์กร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการเดินหน้าแนวคิด "ALL WIN" ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมกันอย่างสมดุลระหว่าง นักลงทุน ชุมชน ภาครัฐ และสิ่งแวดล้อม
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีของการลงทุนในเวียดนาม นับตั้งแต่ปี 2537 อมตะมีพอร์ตการลงทุนครอบคลุมนิคมอุตสาหกรรม 5 แห่ง และโครงการทาวน์ชิป 3 แห่ง บนพื้นที่รวมกว่า 3,475 เฮกตาร์ หรือ21,700 ไร่ รองรับผู้ประกอบการกว่า 220 ราย สร้างการจ้างงานในท้องถิ่นมากกว่า 60,000 ตำแหน่ง และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสะสมจากต่างประเทศ (FDI) ได้มากกว่า 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 245,000 ล้านบาท
ความสำเร็จดังกล่าวตอกย้ำสถานะของอมตะ วีเอ็น ในฐานะผู้บุกเบิกการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมในเวียดนาม และเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของภาคการผลิตและการลงทุนในภูมิภาค
นอกจากนี้ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ เบียนหัว ยังได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 ธุรกิจยั่งยืนชั้นนำของเวียดนาม สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจสีเขียวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมได้รับการยอมรับจากหลายสถาบันด้านยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน รวมถึงการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านอาชีวศึกษา โครงการห้องสมุดสีเขียว และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในพื้นที่
อมตะ วีเอ็น ยังคงเดินหน้ายกระดับการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ควบคู่กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานปลอดคาร์บอน ที่เชื่อมโยงระบบสาธารณูปโภคอย่างครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนยุคใหม่และมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน โดยตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2583 เพื่อรองรับกระแสการลงทุนสีเขียวและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจากทั่วโลก