ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ 1,596.58 จุด เพิ่มขึ้น 4.17 จุด (+0.26%) มูลค่าซื้อขายราว 60,135 ล้านบาท
การซื้อขายภาคเช้าปรับตัวขึ้น โดยทำจุดสูงสุด 1,609.71 จุด และจุดต่ำสุด 1,592.73 จุด
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พาย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวก แต่อ่อนแอกว่าภูมิภาคที่ฟื้นตัวแรง โดยบรรยากาศการลงทุนตลาดโลกรับแรงหนุนจากการที่สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงคราม และเตรียมกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงและตลาดหุ้นโลกรีบาวด์ขึ้น
อย่างไรก็ตามช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมามาก ประกอบกับดัชนีขึ้นมาที่ระดับ 1,600 จุด Valuation ตึงตัว การปรับตัวขึ้นจึงยังจำกัด ขณะเดียวกันการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 69 ยังไม่สูง โดยเช้านี้มีแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีถ่วงตลาด เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง รวมทั้งแรงขายหุ้นที่ก่อนหน้านี้ Outperform อาทิ กลุ่มสื่อสาร และสลับเข้ากลุ่มที่ยัง Laggard
แนวโน้มช่วงบ่ายคาดดัชนีมีความเสี่ยงพักตัวบ้าง โดยระยะถัดไปตลาดรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจ รวมทั้งการประชุมธนาคารกลาง (เฟด) ในช่วงปลายสัปดาห์ โดยให้กรอบแนวรับ 1,590 จุด และแนวต้าน 1,610 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 3,760.98 ล้านบาท ปิดที่ 364.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
GULF มูลค่าการซื้อขาย 3,278.63 ล้านบาท ปิดที่ 65.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 3,204.37 ล้านบาท ปิดที่ 361.00 บาท ลดลง 5.00 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,305.64 ล้านบาท ปิดที่ 35.25 บาท ลดลง 0.75 บาท
KTB มูลค่าการซื้อขาย 2,259.33 ล้านบาท ปิดที่ 36.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท