HILITE: AOT พุ่ง 5.17%เก็ง H2 ผลงานดีขึ้นหลังสงครามจบ-ขึ้นค่า PSC หนุนกำไรปี 70 รับเต็มๆ

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday June 24, 2026 15:10 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เมื่อเวลา 14.54 น. AOT พุ่ง 5.17% เพิ่มขึ้น 3.00 บาท มาที่ 61.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,316.30 บาท จากราคาเปิด 58.50 บาท ราคาสูงสุด 61.00 บาท และราคาต่ำสุด 58.25 บาท

บล.เคจีไอ ระบุว่า บมจ.ท่าอากาศยานไทย [AOT] น่าสนใจลงทุนในระยะยาวมากขึ้น จากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ส่งผลลบในไตรมาส 2/69 แต่เราคาดว่าสถานการณ์จะทยอยดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยที่เรามองว่าปัจจัยลบนี้เป็นเพียงความผันผวนและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาคระยะสั้น

ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัทจะกลับมาแข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว อีกทั้งเราคาดว่า AOT จะมีกำไรในปีงบประมาณ 2570 เติบโต YoY น่าพอใจ หนุนหลักจากการปรับขึ้นค่า PSC ใหม่ มีผลวันที่ 20 มิ.ย. 2569 นอกจากการช่วยผลักดันรายได้และกำไรในไตรมาส 4/69 (กรกฎาคมกันยายน) ให้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างกระแสเงินสดเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตผ่านแผนการขยายธุรกิจระยะยาวอีกด้วย

เหตุผลหลักที่หนุนแนวโน้มเชิงบวกในระยะยาว

1. ปัจจัยหนุนหลักเชิงโครงสร้าง (Structural Catalyst)

แรงขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญที่สุดในระยะใกล้ ๆ คือ การปรับขึ้นค่า PSC ของผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศใหม่ที่ 1,120 บาท/คน (จากเดิม 730 บาท/คน) ซึ่งเริ่มมีผลช่วงปลาย มิ.ย. 2569 เพราะรายได้ส่วนนี้เป็นรายได้ด้านการบินที่มี Margin สูง และเรียกเก็บโดยตรงจากผู้โดยสารขาออก จึงส่งผลให้ Margin ดีขึ้นทันที นอกจากนี้ ผลกระทบเต็มปีจากค่า PSC ใหม่นี้จะช่วยดันให้กำไรฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญราว 5060% ในปี 2570

2. สถานะผู้ผูกขาดในฐานะประตูหลักสู่การท่องเที่ยวไทย

ปัจจุบัน AOT เป็นผู้บริหารจัดการท่าอากาศยานหลักทั้ง 6 แห่งของประเทศไทย (รวมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานภูเก็ต) โดยรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศมากกว่า 80% ของประเทศ ด้วยเหตุนี้ AOT จึงถือเป็นธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่มีลักษณะผูกขาดโดยธรรมชาติ แม้ว่าสายการบินแต่ละแห่งจะต้องแข่งขันกันหรืออาจประสบปัญหาทางการเงินจนล้มละลาย แต่ AOT ก็ยังคงสามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าสายการบินใดเป็นผู้ให้บริการ ตราบใดที่เส้นทางการเดินทางระหว่างประเทศยังมีการกระจายตัวและเติบโตต่อเนื่อง AOT ก็ยังคงทำหน้าที่เสมือนด่านเก็บค่าผ่านทาง (Toll-booth) ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

3. อุปสงค์การใช้บริการสนามบินที่แข็งแกร่ง

การคาดการณ์ระยะยาวจากทั้ง IATA และ ACI ระบุว่า อุปสงค์การเดินทางทางอากาศทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในปี 2593 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ราว 3.13.4% ดังนั้น คลื่นอุปสงค์เชิงโครงสร้างขนาดใหญ่นี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่รับประกันการเติบโตของธุรกิจท่าอากาศยานในระยะยาว

เมื่อพิจารณาว่าแนวโน้มจะเป็นเชิงบวกในระยะยาว เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำ AOT ขึ้นเป็น "ซื้อ" (จากถือ) และปรับราคาเป้าหมาย DCF ปีงบประมาณ 2570 ที่ 71.00 บาท (WACC ที่ 9% และ TG ที่ 2%) จากเดิม 62.00 บาท (อิงจากช่วงกลางปีงบประมาณ 2570 และ TG ที่ 1%) ทั้งนี้ เราปรับเพิ่ม TG ขึ้นจากเดิม 1% เพื่อสะท้อนความแข็งแกร่งของรายได้ที่เกี่ยวเนื่องกับการบินและไม่ใช่การบินที่มีโอกาสดีกว่าคาด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ