ตลาดหลักทรัพย์ปิดตลาดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,039.23 จุด เพิ่มขึ้น 3.02 จุด(+0.29%) มูลค่าการซื้อขาย 13,481 ล้านบาท
การซื้อขายหุ้นช่วงเช้าวันนี้ ดัชนีเปิดตลาดขึ้นแดนลบ โดยแตะจุดต่ำสุดของช่วงเช้าที่ 1,031.76 จุด จากนั้นดัชนีก็ค่อยๆ ปรับตัวขึ้น และแตะจุดสูงสุดของช่วงเช้าที่ระดับ 1,040.26 จุด
นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ค่อนข้างผันผวน โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์ฉุดดัชนีจากผลกระทบที่อาจจะถูกธนาคารแห่งประเทศเรียกเก็บเงินมาใช้แก้ปัญหาหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน แต่ได้หุ้นกลุ่มพลังงานปรับขึ้นมาตามราคาน้ำมันดิบตลาดโลก แต่ก็มองว่าราคาน้ำมันอาจจะปรับขึ้นในช่วงสั้นจากปัญหาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เนื่องจากอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกในสัดส่วนกว่า 4%
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนนี้มองว่าตลาดหุ้นน่าจะแกว่งตัวลงมากกว่า โดยมีประเด็นเรื่องธนาคารพาณิชย์ที่ยังไม่มีข้อสรุป ซึ่งเป็น sentiment เชิงลบต่อกลุ่มแบงก์
ทิศทางช่วงบ่ายตลาดหุ้นไทยน่าจะลงมาในแดนลบ เพราะตอนนี้มีนักลงทุนสถาบันที่รอขายอยู่ประมาณ 40,000 กว่าล้านบาท จากการครบกำหนดไถ่ถอน 5 ปีของกองทุน LTF ซึ่งครึ่งหนึ่งจะขายหุ้นออกมาในเดือน ม.ค.นี้ ให้ระวังแรงขายตรงนี้รออยู่
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,223.50 ล้านบาท ปิดที่ 115.50 บาท ลดลง 4.50 บาท
BBL มูลค่าการซื้อขาย 884.21 ล้านบาท ปิดที่ 147.00 บาท ลดลง 4.50 บาท
PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 760.70 ล้านบาท ปิดที่ 64.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 747.58 ล้านบาท ปิดที่ 111.50 บาท ลดลง 3.00 บาท
KTB มูลค่าการซื้อขาย 671.73 ล้านบาท ปิดที่ 14.60 บาท ลดลง 0.40 บาท