ตลาดหลักทรัพย์ปิดตลาดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,048.98 จุด ลดลง 3.25 จุด(-0.31%) มูลค่าการซื้อขาย 10,909 ล้านบาท
การซื้อขายหุ้นช่วงเช้าวันนี้ ดัชนีแกว่งแคบในแดนบวก ลบ สลับ โดยแตะจุดสูงสุดของช่วงเช้าที่ 1,053.94 จุด และแตะจุดต่ำสุดของช่วงเช้าที่ระดับ 1,046.26 จุด
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวในกรอบแคบ เน้นการเก็งกำไรหุ้นรายตัว โดยมีวอลุ่มปานกลาง ส่วนหนึ่งเพราะเป็นวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ อาจจะต้องการรอความคืบหน้าของปัจจัยต่าง ๆ จากภาพโดยรวมเช้านี้ไม่มีประเด็นโดดเด่น ด้านตลาดต่างประเทศอิงเชิงบวกมากว่าแต่ก็ขึ้นมาได้เล็กน้อยและบางตลาดยังติดลบ เชื่อว่าจะรอปัจจัยต่าง ๆ ชัดเจนในสัปดาห์หน้าเช่นกัน
ทิศทางช่วงบ่ายน่าจะแกว่งกรอบแคบ มองกรอบแนวต้าน 1,058 แนวรับ 1,047 และ 1,044 จุด ปัจจัยหลักภายนอกประเทศคือการแก้ปัญหาหนี้ของยุโรป และผลประกอบการ บจ.สหรัฐฯ ส่วนปัจจัยในประเทศเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF)ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์จะหารือกันต่อในสัปดาห์หน้า ส่วนการประกาศผลประกอบการกลุ่มแบงก์ของไทยอาจไม่ทำให้ตลาดตื่นเต้นมากนัก
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 615.48 ล้านบาท ปิดที่ 117.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 458.29 ล้านบาท ปิดที่ 580.00 บาท ลดลง 8.00 บาท
CPF มูลค่าการซื้อขาย 475.63 ล้านบาท ปิดที่ 35.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
AP มูลค่าการซื้อขาย 430.46 ล้านบาท ปิดที่ 5.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.21 บาท
PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 389.17 ล้านบาท ปิดที่ 61.50 บาท ลดลง 0.50 บาท