บลจ.กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ตั้งเป้าปี 55 ออกกองทุนใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 กอง มูลค่าราว 1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าจะเห็นการออกกองทุนใหม่ 3 กองทุนในช่วงครึ่งแรกของปี ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร(AUM)เพิ่มขึ้นเป็น 5,000 ล้านบาท และสิ้นปีนี้ตั้งเป้า AUM ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 445 ล้านบาท
บริษัทจะประเดิมออกกองทุนแรกของปีในเดือนม.ค.นี้ เป็นกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุน และในช่วงเดือน เม.ย.จะออกกองทุนเพื่อการลงทุนในต่างประเทศ(FIF) นอกจากนั้นบริษัทมีแผนจะออกกองทนที่ลงทุนในตราสารหนี้ไตรมาสละ 1 กองทุน ขนาดกองทุนละ 1,000 ล้านบาท
พร้อมกันนั้น บริษัทยังจะจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์อย่างน้อย 3 กองทุนภายในปีนี้ ซึ่งขณะนี้ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเบื้องต้น(MOU)กับโรงแรม 2 แห่งในเกาะสมุยและพัทยาแล้ว และอยู่ระหว่างเจรจากับอสังหาริมทรัพย์อีก 1 แห่ง
นายไววิทย์ อุทัยเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า การที่เมย์แบงก์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่มีเครือข่ายอยู่ 1,750 แห่งใน 14 ประเทศทั่วโลก โดยเป็นประเทศในเอเชีย 12 ประเทศ ถือเป็นจุดแข็งของบริษัท อีกทั้ง บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง(ประเทศไทย)มีฐานลูกค้า 6-7 หมื่นบัญชี และมีสาขา 44 แห่ง น่าจะเป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มลูกค้าของบลจ.ได้ง่าย
ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทจะออกกองทุนที่ลงทุนในหุ้นในประเทศและต่างประเทศมูลค่า 1,000 ล้านบาท จากนั้นหลังไตรมาส 2/55 ออกกองทุนอสังหาฯ 2-4 กองทุน เริ่มจากโรงแรมในเกาะสมุยและพัทยาซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีอัตราเข้าพัก 65-70% มูลค่ากองละ 2,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเจรจาอาคารสำนักงานในกทม.อีก 1 แห่ง มูลค่ากองทุนรวม 4-5 พันล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าเป็น บลจ.แรกที่จะออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐานในธุรกิจพลังงานทางเลือก(Infrastructure Fund)
"เมย์แบงก์มีฐานลูกค้าเกือบ 1 แสนกว่าบัญชี มีบลจ.อยู่ 5 ประเทศ ทั้งสิงคโปร์ มาเลย์ ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และมีโปรดักส์มาก เราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ตลอดเวลา จะเห็นภาพเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจเอเชียชัดเจน แม่นยำขึ้น ก็พร้อมที่จะเอาโปรดักส์ใหม่ๆ มาเสนอลูกค้า และทำให้ บลจ.โต"นายไววิทย์ กล่าวด้านนายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ทันที่เมย์แบงก์เข้ามาถือหุ้นใหญ่ ทำให้อันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทได้รับการปรับอันดับขึ้นสู่ AA- จาก A
"เชื่อมั่นว่า บลจ.เราจะค่อยๆเติบโต อยู่ช่วงวัยรุ่นจะโตเร็ว สิ่งสำคัญของ บลจ.คือความน่าเชื่อถือไว้วางใจ เราอยู่ในกลุ่มสถาบันการเงินใหญ่ ซึ่งเมย์แบงก์แม่มี asset 4 ล้านล้านบาท ใหญ่เป็น 2 เท่าเทียบกับแบงก์ที่ใหญ่สุดในไทย เพราะฉะนั้นเราต้องรักษาความน่าเชื่อถือต้องรักษาความสามารถในการลงทุน และด้วยศักดิ์ศรีของโบรกฯอันดับ 1 ของไทยมาเป็นเวลา 10 ปี ทำให้เชื่อมั่นว่าเราจะขยับ บลจ.ได้ดี"นายมนตรี กล่าวส่วนข้อกังวลที่ว่าเป็นบลจ.ลูกของบริษัทหลักทรัพย์ อาจจะเสียเปรียบ บลจ.ที่อยู่ในเครือธนาคารพาณิชย์นั้น นายมนตรี กล่าวว่า ไม่ต้องกังวล เพราะเชื่อว่าบริษัทมีเทคโนโลยีที่ดี และมีข้อมูลวิจัยที่นักลงทุนสามารถดูผ่านอินเตอร์เน็ตได้ โดยล่าสุดเปิดโปรแกรมเทรดหุ้นผ่านไอโฟนและไอแพด ซึ่งขณะนี้ระบบสมบูรณ์แล้ว กำลังทำ TFEX ด้วย จึงเชื่อว่าการให้บริการผ่านอินเตอร์เน็ตจะแก้ปัญหาที่บริษัทมีสาขาแค่ 44 แห่งได้