สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปรับตัวลง 15.39 จุด หรือ 0.18% ปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ที่ 8,661.05 จุด
ดัชนีนิกเกอิขยับขึ้นเล็กน้อยเกือบตลอดช่วงเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นที่ร่วงลงเมื่อวันก่อน แต่หลังจากนั้นดัชนีก็ถอยลงมาเคลื่อนไหวในแดนลบ เนื่องจากเงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและยูโร
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ประสบปัญหาหนี้ในยุโรป รวมถึงกรีซ และความเสี่ยงที่สหรัฐจะเผชิญกับภาวะหน้าผาการคลัง หรือหรือภาวะที่มาตรการปรับขึ้นภาษีและปรับลดงบรายจ่ายวงเงิน 6 แสนล้านดอลลาร์ของรัฐบาลสหรัฐจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในต้นปีหน้า ซึ่งภาวะหน้าผาการคลังจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย
หุ้นฮิตาชิ เคเบิล พุ่งขึ้น 18.7% ขณะที่หุ้นฮิตาชิ เมทัลส์ ดิ่งลง 6.9% หลังจากมีข่าวว่า ทั้งสองบริษัทซึ่งเป็นธุรกิจในเครือของฮิตาชินั้น วางแผนที่จะควบรวมกิจการกันในเดือนเม.ย.ปีหน้า
ส่วนหุ้นโอลิมปัสพุ่งขึ้น 5.9% แม้บริษัทได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการในรอบปีที่สิ้นสุดเดือนมี.ค.ปีหน้า