(เพิ่มเติม) ASK ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อปีนี้โต 15-20% เจรจา ผถห.ไต้หวันเพิ่มฟรีโฟลต

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday March 5, 2013 16:25 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.เอเชียเสริมกิจลีสซิ่ง(ASK) ตั้งเป้าปี 56 พอร์ตสินเชื่อจะเติบโต 15-20% จากปี 55 ที่มีพอร์ตอยู่ จำนวน 2.3 หมื่นล้านบาท พร้อมคาดว่ารายได้ในปี 56 จะเติบโต 15-20% จาก 2 พันล้านบาทในปีที่แล้ว ตามการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ รวมทั้งบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการเปิดสาขาเพิ่มในต่างจังหวัดแถบภาคเหนือและอีสาน เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)ในปี 58 ขณะเดียวกันบริษัทจะเจรจากับผู้ถือหุ้นใหญ่ในไต้หวันเพื่อปล่อยหุ้นออกมา 10% แก้ปัญหาสภาพคล่องหุ้นในตลาดที่อยู่ในระดับต่ำ

นายเจมส์ โล กรรมการผู้จัดการ ASK เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 56 เติบโต 15-20% จากที่ปี 55 มีรายได้อยู่ที่ 2,051 ล้านบาท พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อจะเติบโตขึ้น 15-20% จากปีก่อนที่มี 23,096 ล้านบาท ตามการขยายตัวของความต้องการสินเชื่อรถบรรทุกที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงหลังจากที่เจอปัญหาน้ำท่วมเมื่อปี 54 ขณะที่สินค้าขาดตลาดไม่เพียงพอต่อความต้องการตลาด

บริษัทคาดว่าสินเชื่อรถบรรทุกจะเป็นส่วนหลักในการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อในปี 56 โดยปัจจุบันมีสัดส่วน 33.61% และบริษัทคาดว่าส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อรถบรรทุกเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% ตามความต้องการสินเชื่อที่สูงขึ้น ประกอบกับ สายสัมพันธ์ที่ดีต่อตัวแทนขายรถบรรทุกน่าจะส่งผลดีต่อพอร์ตสินเชื่อของบริษัทด้วย

นอกจากนั้น บริษัทฯยังตั้งเป้าหมายที่จะขยายสาขาไปในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อที่จะรองรับการเปิด ACE โดยมองไปที่เชียงรายเป็นแห่งแรก เนื่องจากมีจุดเชื่อมโยงชายแดน 3 จุด คือ อ.แม่สาย อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ โดยปัจจุบันบริษัทได้เตรียมการไว้พร้อมแล้วทั้งเงินลงทุน บุคลากร และระบบการทำงาน

"ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาที่จะไปเปิดสาขาตามแนวชายแดนต่างๆ เรื่องการที่จะขยายสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้านนั้น บริษัทฯมองว่ายังไม่มีความจำเป็น แต่หากมีความจำเป็นจริงๆ บริษัทสามารถที่จะดำเนินการไปในประเทศเพื่อนบ้านได้เลย"นายโล กล่าว

ขณะเดียวกันในปีนี้บริษัทฯคาดว่าจะมีอัตรากำไรสุทธิใกล้เคียงกับปี 55 ที่ 23.88% เนื่องจากสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทได้มีการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้สามารถควบคุมและดูแลค่าใช้จ่ายในสาขาต่างๆ ประกอบกับ บริษัทฯไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนบุคลากรมากนัก เพราะมีระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยงานได้มากขึ้น

สำหรับปริมาณหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)ของบริษัทถืออยู่ในระดับต่ำที่สุดในอุตสาหกรรมนี้ โดยบริษัทมี NPL อยู่ที่ระดับ 0.50% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าตลาดที่อยู่ 2.50% เนื่องจากบริษัทได้มีการพิจารณาในการปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ที่จะมีโอกาศเป็น NPL น้อย

นายโล กล่าวต่อว่า บริษัทฯอยู่ระหว่างการศึกษาการแก้ปัญหาเรื่องของสภาพคล่องของหุ้นต่ำ โดยจะมีการเจรจากับผู้ถือหุ้นใหญ่ในไต้หวันที่ปัจจุบันถือหุ้นอยู่ 65% โดยมอง 2 แนวทาง คือ อาจให้จ่ายปันผลเป็นหุ้นเพิ่มทุน หรือ อาจจะให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ขายหุ้นออกมาราว 10% แต่อาจจะไม่สามารถดำเนินการได้ทันภายในปีนี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ