CIMBT เผย Q1/56 กำไร 313 ลบ. เพิ่มขึ้น 11.4% NPLs ที่ 2.6%

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday April 19, 2013 11:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์และการเงิน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2556 มีกำไรสุทธิจำนวน 313.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.9 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.4 เมื่อเปรียบเทียบผลกำไรสุทธิของงวดเดียวกันปี 2555 สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นในรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ร้อยละ 43.3 และ 20.1 ตามลำดับ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.0 และค่าใช้จ่ายหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นร้อยละ 52.2 เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจ

เมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2556 และ 2555 รายได้จากการดำเนินงานงวดสามเดือนปี 2556 จำนวน 1,973.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2555 จำนวน 327.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 19.9 การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 78.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 43.3 ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมจากการบริการที่ปรึกษาและค่าธรรมเนียมการจัดการ สำหรับรายได้ดอกเบี้ยสุทธินั้นเพิ่มขึ้น 244.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 20.1 เป็นผลสะท้อนจากการขยายสินเชื่อ

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin — NIM) อยู่ที่ร้อยละ 3.17 สำหรับงวดสามเดือนปี 2556 ลดลงจากปี 2555 ร้อยละ 0.06 ซึ่งยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะการแข่งขันด้านเงินฝากอย่างรุนแรงในตลาด

ด้านเงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชีของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 143.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 ส่วนใหญ่มาจากการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อย เงินฝากและตั๋วแลกเงินจำนวน 143.6 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.8 จากสิ้นปี 2555 ซึ่งมีจำนวน 146.2 พันล้านบาท จากการขยายตัวของสินเชื่อและเงินฝากข้างต้น ทำให้อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากรวมตั๋วแลกเงินของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ร้อยละ 99.7 จากร้อยละ 95.0 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555

นายณรงค์ชัย กล่าวว่า ในงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2556 สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อยู่ที่ 4.0 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้น (NPL ratio) อยู่ที่ร้อยละ 2.6 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2555 อยู่ที่ร้อยละ 2.8 ซึ่งลดลงเนื่องจากธนาคารมีการประเมินความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อที่รัดกุมยิ่งขึ้น มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับปรุงแนวทางในการเรียกเก็บหนี้จากสินเชื่อด้อยคุณภาพที่มีอยู่ และการแก้ปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2556 อยู่ที่ร้อยละ 86.1 เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2555 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 85.1 ตามนโยบายการตั้งสำรองอย่างระมัดระวัง ดังที่กล่าวข้างต้น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2556 เงินสำรองของกลุ่มธนาคารอยู่ที่จำนวน 3.4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 1.5 พันล้านบาท

สำหรับ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับงวดสามเดือนปี 2556 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2555 เพิ่มขึ้นจำนวน 200.8 ล้านบาทหรือร้อยละ 17.0 สาเหตุส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าใช้จ่ายค่าภาษีอากร และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานงวดสามเดือนปี 2556 อยู่ที่ร้อยละ 70.0 ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2555 อยู่ที่ร้อยละ 71.7

นายณรงค์ชัย ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ สิ้นวันที่ 31 มีนาคม 2556 มีจำนวน 26.2 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยงร้อยละ 15.1 โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ร้อยละ 10.4


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ