สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าร่วงลง 91.32 จุด หรือ 0.70% แตะที่ 12,941.80 จุด
ในช่วงเช้าก่อนหน้านี้ ดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นกว่า 100 จุดอยู่ชัวขณะหนึ่ง มาอยู่ที่ระดับกว่า 13,000 จุด ขานรับดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่ง หลังจากสหรัฐเปิดเผยว่าดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) เดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้นแตะ 7.84 จาก -1.43 ในเดือนพ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านสหรัฐในเดือนมิ.ย.พุ่งขึ้นแตะ 52 จาก 44 ในเดือนพ.ค. โดยดัชนีได้ปรับตัวเหนือระดับ 50 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2549 หรือในรอบ 7 ปี
อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิกเกอิถอยลงมาอยู่แดนลบอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจส่งสัญญาณว่าจะเริ่มลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมระยะเวลา 2 วันซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้
หุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์ถูกเทขายทำกำไร โดยหุ้นแอสเทลลาส ฟาร์มา ร่วงลง 2.2% และหุ้นทาเคดะ ฟาร์มาซูติคอล ปรับลง 1.5%
ส่วนหุ้นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวขึ้นหลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ โดยหุ้นโตเกียว ทาเตโนโมโน พุ่งขึ้น 4.1% และหุ้นมิตซูบิชิ เอสเตท บวกขึ้น 1.2%