อีกทั้งดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยได้ปรับลดลงมาแล้วกว่า 200 จุด หรือลดลงถึง 16 — 17% นับจากจุดสูงสุดที่ 1,650 จุด และตลาดมีแนวโน้มที่จะความผันผวนต่ออีก 1 — 3 เดือน โดยหลังจากที่มีความชัดเจนของการดำเนินการลดสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐ และการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนของไทยในไตรมาสที่ 2/2556 แล้ว ตลาดจะกลับมามองปัจจัยพื้นฐานระยะยาวมากขึ้นและมีโอกาสที่เงินลงทุนจากต่างประเทศจะกลับเข้ามาที่ตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง
“บริษัทยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางของตลาดหุ้นไทยในระยะยาว และเชื่อมั่นว่าการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ณ ระดับราคาในปัจจุบันยังมีความน่าสนใจ เนื่องจากจากเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ดี ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนฯเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยจะมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอกประเทศที่เข้ามากระทบอยู่บ้าง เช่น การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะเริ่มลดขนาดการอัดฉีดสภาพคล่องลง ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีแรงเทขายออกมามาก โดยนักลงทุนต่างชาติมีการขายหุ้นไทยไปแล้วกว่า 4.2 หมื่นล้านบาทตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงต้นเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่นักลงทุนต่างชาติจะขายทำกำไร เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 เป็นระยะเวลาประมาณ 10 เดือน และการที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในช่วงปลายเดือนพ.ค." นายฉัตรพี กล่าว
นายฉัตรพี กล่าวว่า ช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน ปรากฎว่า มีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในกองทุนภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของกองทุนหุ้น กองทุนLTF และกองทุน RMFที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น โดยมีจำนวนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นสูงถึง 21.58% และมีเม็ดเงินลงทุนเพิ่มสูงขึ้น 17.10% จากไตรมาสแรกของปี 2556 (ข้อมูล ณ 21 มิ.ย. 56) สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ผู้ลงทุนมอบให้กับบริษัท โดยกองทุนที่ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผล (KFSDIV) กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผล (KFLTFDIV) และกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผลเพื่อการเลี้ยงชีพ(KFDIVRMF) ซึ่งมีผลตอบแทนย้อนหลังที่สูงกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทั้งในส่วนของผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี
“กองทุนหุ้นทุกกองของ บลจ.กรุงศรี มีการบริหารแบบแอคทีฟใช้การวิเคราะห์เจาะลึกเพื่อหามูลค่าแท้จริงของหลักทรัพย์และการให้น้ำหนักการลงทุนอย่างเหมาะสมแต่ไม่ใช่แอคทีฟในเชิงของการซื้อขาย มีการปรับพอร์ตตามความเหมาะสม เน้นลงทุนในกิจการที่มีความมั่นคงและในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความมั่งคั่งด้วยผลกำไรที่ดี โดยผลกำไรดังกล่าวต้องไม่ใช่การเติบโตแบบฉาบฉวยแต่ต้องเป็นการเติบโตอยางยั่งยืน ทั้งนี้ บลจ.กรุงศรี จะมุ่งมั่นรักษามาตรฐานการจัดการเพื่อสร้างโอกาสของการรับผลตอบแทนที่ดีภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ" นายฉัตรพี กล่าว