"สหการประมูล"ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 10-20% อัตรากำไรสุทธิมากกว่า 10%

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday July 26, 2013 11:49 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. สหการประมูล (AUCT) กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 56 เติบโต 10-20% จากปีก่อนที่มีรายได้ 352.26 ล้านบาท เนื่องจากแนวโน้มในครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มลดลงส่งผลบวกกับธุรกิจบริษัท ทำให้จำนวนรถยึดคืนและมีจำนวนรถที่นำมาขายในเต้นท์รถมือสองมีจำนวนมากขึ้น โดยรถยนต์มือสองปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 3.8 หมื่นคันจากปีก่อน 3 หมื่นคัน ส่งผลต่อรายได้ธุรกิจเพิ่มขึ้น ซึ่งในไตรมาส 1/56 บริษัทมีรายได้ 98 ล้านบาท

สัดส่วนรายได้ของบริษัท แบ่งเป็น ค่าธรรมเนียมการขายและการให้บริการจากการประมูลรถยนต์และรถจัการยานยนต์ 95% ส่วนอีก 5% เป็นการประมูลบ้านและเฟอร์นิเจอร์

บริษัทคาดว่าอัตรากำไรสุทธิปีนี้มีแนวโน้มได้มากกว่า 10% จากปีก่อนที่มีอัตรากำไรสุทธิ 10% และในปีนี้จะรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น 40%

ทั้งนี้ บริษัทได้ขายหุ้น IPO จำนวน 110 ล้านหุ้น มุลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 2 บาท คาดว่าระดมทุนได้ประมาณ 220 ล้านบาท และคาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรกในวันที่ 9 ส.ค. 56

"ภาวะตลาดปัจจุบันที่มีความผันผวน เราไม่ได้มีความกังวลเกี่ยวกับหุ้น IPO ว่าจะได้รับผลตอบรับเป็นอย่างไร เพราะว่าหุ้นของเราออกเพียงแค่ 110 ล้านหุ้นเท่านั้น เป็นการระดมทุนนิดเดียว ซึ่ง 50% ก็ขายให้กับผู้มีอุปการะคุณไปแล้ว แต่การที่บริษัทเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์เพื่อเป็นการยกระดับและสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น และมองว่า ส่วนลดที่ 10% อาจจะจูงใจได้ระดับหนึ่งเท่านั้น" นายเอกพิทยา กล่าว

ด้านนายเทพชัย ศิลา ประธานกรรมการบริหาร AUCT กล่าวว่า บริษัทได้ตั้งเป้ายอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์มือสอง ในปีนี้อยู่ที่ 8 หมื่นคัน และในปีหน้าคาดว่าจำนวนยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 1 แสนคัน เนื่องจากภาวะฟองสบู่ในตลาดรถยนต์มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น และบริษัทได้รับการสนับสนุนกับพันธมิตรในการส่งรถยนต์มือสองที่จะให้บริษัทนำมาประมูลมากขึ้น ซึ่งคาดว่ารายได้ในปีหน้าจะเติบโตระดับ 20%

นอกจากนี้ บริษัทเล็งขยายตลาดให้บริการประมูลรถในประเทศแถบอาเซียนหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) เนื่องจากปัจจุบันในประเทศอาเซียนถูกจำกัดโดยข้อกฎหมายห้ามนำรถมือสองเข้าจำหน่าย โดยปัจจุบันประเทศที่สามารถนำเข้ารถมือสองเข้าจำหน่ายได้ ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา ส่วนประเทศอื่นขณะนี้ บริษัทได้มีการเจรจากับพันธมิตรในอินโดนีเซียและมาเลเซีย เพื่อบุกตลาดในอาเซียน แต่บริษัทก็ต้องมีการพิจารณาความเสี่ยงในการลงทุน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ