พฤติกรรมการลงทุนของคนรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่คุ้นเคยกับตลาดหุ้นไทย ไปสู่การมองหาโอกาสในสินทรัพย์ระดับโลก โดยเฉพาะ หุ้นสหรัฐฯ และ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Gen Z กลายเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก และแพลตฟอร์มการเงินยุคใหม่ต้องปรับตัวอย่างไร?
นายธนกฤต รุ่งโรจน์ชัยพร Chief Business Officer จาก KKP Dime ได้มามาร่วมพูดคุยในรายการ Wealth Me Please เล่าถึงเบื้องหลังการเติบโตของแอป Dime จากจุดเริ่มต้นสู่เป้าหมายแอปการเงินครบวงจร พร้อมฉายภาพพฤติกรรมนักลงทุนรุ่นใหม่ไว้อย่างน่าสนใจ
ปัจจุบัน Dime พัฒนาจากแอปลงทุนไปสู่แอปการเงินและการลงทุนที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งเงินฝาก หุ้นสหรัฐ หุ้นไทย กองทุนรวม ทองคำ ออปชันหุ้นสหรัฐ และประกันการเดินทาง รวมถึงเตรียมเปิดตัวบัตรเดบิต Dime! Nern เพิ่มเติม
ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปีนับตั้งแต่เปิดให้บริการ แอป Dime มียอดดาวน์โหลดประมาณ 4.8 ล้านครั้ง มีผู้เปิดบัญชีสำเร็จและใช้งานประมาณ 2.2 ล้านราย ขณะที่ในแต่ละวันมีผู้เข้าใช้งานแอปราว 600,000 ราย โดยมากกว่าครึ่งอยู่ในกลุ่ม Gen Z ช่วงแรกฐานผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Y แต่เมื่อเวลาผ่านไป Gen Z ซึ่งเติบโตจากวัยมหาวิทยาลัยเข้าสู่วัยเริ่มต้นทำงานและมีรายได้ของตนเอง ได้กลายเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของแพลตฟอร์ม
Dime มีความชัดเจนตั้งแต่วันแรกว่าต้องการจับกลุ่มลูกค้ารายย่อย นักลงทุนดิจิทัล และผู้เริ่มต้นลงทุน แตกต่างจากผู้ให้บริการดั้งเดิมบางรายที่มุ่งเน้นลูกค้ารายใหญ่หรือผู้มีประสบการณ์ แนวคิดดังกล่าวทำให้ตั้งแต่การออกแบบแอป ฟีเจอร์ คอนเทนต์ การตลาด ไปจนถึงแคมเปญส่งเสริมการขาย ล้วนพัฒนาขึ้นภายใต้คำถามว่า จะทำอย่างไรให้มือใหม่เริ่มลงทุนได้ง่ายและไม่รู้สึกว่าแอปการเงินเป็นเรื่องน่ากลัว
กำแพงใหญ่ที่สุดคือการเปิดประตูให้คนเข้ามาในโลกการลงทุนได้ เมื่อเขาเริ่มต้นได้ง่ายและมีประสบการณ์มากขึ้น เขาจะค่อย ๆ เรียนรู้เรื่องการแลกเงิน การบริหารพอร์ต และยกระดับความรู้ของตัวเองต่อไป นายธนกฤต กล่าว
*หุ้นสหรัฐฯ และ AI: สินทรัพย์ใกล้ตัวของคนรุ่นใหม่
Gen Z เติบโตมาพร้อมกับข้อมูลข่าวสารระดับโลกและสินทรัพย์ดิจิทัล หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะเชื่อมโยงกับสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่สมาร์ทโฟน แอปพลิเคชัน รถยนต์ ไปจนถึง AI
สำหรับผู้เริ่มต้นที่ยังไม่อยากเลือกหุ้นรายตัว นิยมกระจายความเสี่ยงผ่านกองทุน ETF อย่าง VOO ที่อิงกับดัชนี S&P 500 อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมที่ต้องระวังคือภาวะ FOMO (Fear of Missing Out) หรือการลงทุนตามกระแส ซึ่งนักลงทุนยังต้องศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
*ทลายกำแพงด้วยเงิน 50 บาท และ UX ที่เป็นมิตร
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนรุ่นใหม่หันมาลงทุนหุ้นสหรัฐมากขึ้น คือข้อจำกัดในการเข้าถึงลดลง ในอดีตผู้ลงทุนอาจต้องซื้อหุ้นต่างประเทศอย่างน้อยหนึ่งหุ้นเต็ม ทำให้หุ้นบางบริษัทต้องใช้เงินลงทุนหลักหลายพันหรือเกือบหมื่นบาทต่อคำสั่งซื้อ แต่เมื่อแพลตฟอร์มเปิดให้ซื้อหุ้นแบบเศษส่วน หรือ Fractional Shares นักลงทุนสามารถเริ่มต้นลงทุนในหุ้นสหรัฐได้ด้วยเงิน 50 บาท ทำให้ทดลองซื้อหุ้นหลายบริษัทและเรียนรู้จากการลงทุนจริงได้ง่ายขึ้น
Dime ออกแบบขั้นตอนการซื้อหุ้นสหรัฐให้ผู้ใช้งานสามารถส่งคำสั่งได้ในครั้งเดียว โดยระบบจะคำนวณและแลกเงินบาทเป็นดอลลาร์สหรัฐตามอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น ก่อนส่งคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความซับซ้อนสำหรับผู้เริ่มต้นที่อาจยังไม่คุ้นเคยกับการแลกเงินและการบริหารบัญชีสกุลต่างประเทศ ทำให้การเริ่มต้นลงทุนไม่น่ากลัวอีกต่อไป
*พฤติกรรมนักลงทุนบน Dime: Buy & Hold เป็นหลัก
จากข้อมูลพฤติกรรมบนแพลตฟอร์ม นักลงทุนหน้าใหม่มักเริ่มลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ที่รู้จักชื่อและเข้าใจรูปแบบธุรกิจ เช่น หุ้นเทคโนโลยีชั้นนำหรือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกระแส AI ส่วนนักลงทุนที่เลือกหุ้นเล็กหรือหุ้นผันผวนสูงเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น มักเป็นกลุ่มที่อยู่ในตลาดมาระยะหนึ่งและเริ่มมองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติม มากกว่าจะเป็นผู้ลงทุนที่เพิ่งเปิดบัญชีครั้งแรก
แต่โดยภาพรวม ผู้ใช้ Dime ส่วนใหญ่เป็นสาย Buy and Hold (ซื้อและถือยาว) ซึ่งทาง Dime ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้เรื่องจังหวะการลงทุนและการทยอยลงทุนอย่างมีวินัย (DCA)
*ก้าวต่อไป: บัตรเดบิต สินทรัพย์ใหม่ และเป้าหมาย 8 ล้านราย
Dime เดินหน้าสู่การเป็น Everyday Financial App ด้วยการเปิดตัวบัตรเดบิต Dime! Nern ให้ผู้ใช้นำเงินดอลลาร์จากการขายหุ้นหรือปันผลไปใช้จ่ายในต่างประเทศได้ทันที พร้อมเตรียมขยายผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ และศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ คริปโทเคอร์เรนซี เข้ามาบนแพลตฟอร์ม โดยตั้งเป้าเพิ่มผู้ใช้งานเป็น 8 ล้านรายภายในปี 2571 และดัน AUM สู่ 2 แสนล้านบาท จากต้นปี 1 แสนล้านบาท
นายธนกฤต กล่าวว่า ในระยะยาว Dime ต้องการพัฒนาเป็นแอปการเงินครบวงจรที่ผู้ใช้งานเปิดดูเป็นประจำทุกวัน ไม่ได้มีเฉพาะการซื้อขายสินทรัพย์ แต่รวมถึงการติดตามข่าวสาร ตรวจสอบสุขภาพทางการเงิน และวางแผนเป้าหมายชีวิต เช่น การเกษียณหรือการเดินทางท่องเที่ยว
เราอยากให้ Dime เป็นหนึ่งในแอปที่คนเปิดดูทุกวัน เมื่อมีเรื่องการเงิน อยากเช็กข่าว อยากตรวจสอบสุขภาพทางการเงิน หรืออยากรู้ว่าเงินที่มีจะเพียงพอสำหรับเป้าหมายในชีวิตหรือไม่ ก็สามารถเข้ามาหาคำตอบได้ในแอป
ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่อยู่ระหว่างเตรียมเปิดตัวคือบัตรเดบิต Dime! Nern (Debit Card) ซึ่งเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารและออกแบบมาให้ผู้ใช้งานสามารถนำเงินดอลลาร์จากการขายหุ้นสหรัฐ เงินปันผล หรือรายได้จากการลงทุน ไปใช้จ่ายในต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเพิ่มผลิตภัณฑ์ประกันประเภทอื่นนอกเหนือจากประกันการเดินทาง เช่น ประกันสุขภาพ ตลอดจนศึกษาความเป็นไปได้ในการเพิ่มสินทรัพย์การลงทุนใหม่ โดยคริปโทเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการเรียกร้องจากลูกค้าจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเพิ่มสินทรัพย์แต่ละประเภทจะต้องพิจารณาทั้งข้อกำหนดด้านใบอนุญาต พันธมิตรทางธุรกิจ ความพร้อมของทีมพัฒนา และความสอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าหลัก โดยเฉพาะเงื่อนไขว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องเปิดโอกาสให้รายย่อยและมือใหม่เข้าถึงได้จริง
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า การแข่งขันของแพลตฟอร์มลงทุนยุคใหม่ไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนสินทรัพย์หรือระดับค่าธรรมเนียม แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำให้การลงทุนเป็นเรื่องง่าย เข้าถึงได้ และเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนคนรุ่นใหม่จากผู้สนใจการเงิน ให้กลายเป็นนักลงทุนที่มีวินัยในระยะยาว
โดย ดวงกมล คล่องบุญจิต