กบข.วางนโยบายลงทุนปี 57 เน้นตราสารทุนประเทศพัฒนา-จีน รับเศรษฐกิจฟื้น

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday November 18, 2013 14:18 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนของ กบข.ในปี 57 จะให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดตราสารทุนของประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะสหรัฐฯ และกลุ่มยุโรป เนื่องจากได้ปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สำหรับตลาดสหรัฐฯ จะเน้นลงทุนกลุ่มหุ้นที่ P/E ต่ำ เป็นต้น ส่วนหุ้นยุโรป จะเลือกลงทุนหุ้นขนาดกลางในประเทศที่เริ่มฟื้นตัว ขณะที่หุ้นตลาดเกิดใหม่ยังรอจังหวะเข้าลงทุน หากเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของภาคส่งออก และการปรับตัวดีขึ้นของสินค้าโภคภัณฑ์

ส่วนตราสารหนี้จะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ประเทศกำลังพัฒนาเนื่องจากมีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำ พร้อมลดอายุการถือครองตราสารหนี้ในประเทศ เพราะมีความเสี่ยงจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ด้านการลงทุนทางเลือกจะเน้นลงทุนเพิ่มในอสังหาริมทรัพย์โลก โครงสร้างพื้นฐาน และไพรเวทอิควิตี้โลก เพราะมีโอกาสเติบโตสูง

สำหรับการลงทุนในประเทศยังให้น้ำหนักการลงทุนเท่ากับตัวเทียบวัด แม้ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจะอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยังมีความกังวลจากภาคการส่งออก และปัจจัยทางการเมือง นอกจากนี้ กบข. ยังมีแผนเข้าลงทุนโดยตรงในประเทศจีน หลังจากได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)จีนให้เข้าลงทุนโดยตรงในตราสารหนี้และตราสารทุนในวงเงินลงทุนรวม 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

นางสาวโสภาวดี กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 57 ยังคงฟื้นตัวอย่างช้าๆ คาดว่าจะเติบโตประมาณ 3.1% โดยได้แรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ส่วนเศรษฐกิจยุโรปเริ่มออกจากภาวะถดถอย แต่ยังต้องใช้เวลาอีกระยะเพื่อปรับตัวเข้าสู่สมดุลใหม่

ขณะที่เศรษฐกิจจีนเริ่มขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพคาดว่าจะเติบโตประมาณ 7-8% ซึ่งมาจากการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศเป็นหลัก และการเปิดเสรีทางการเงินมากขึ้น จึงเป็นแรงดึงดูดสำคัญให้นักลงทุนต่างประเทศเข้าไปลงทุนตรงในตลาดตราสารหนี้และตลาดตราสารทุนของจีนเพิ่มขึ้น ด้านเศรษฐกิจญี่ปุ่นเองก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

ด้านเศรษฐกิจไทยในปี 57 คาดว่าจะเติบโตประมาณ 4.5-5% โดยได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกขยายตัว และอาจได้รับแรงหนุนจากการลงทุนหลังแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทมีความชัดเจนมากขึ้น

“ในปี 57 การลงทุนในตลาดพัฒนาแล้วมีความน่าสนใจกว่าการลงทุนในตลาดกำลังพัฒนา โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้น เนื่องจากราคาต่ำกว่าพื้นฐาน ส่วนการลดขนาดมาตรการ QE หรือ QE tapering ของเฟดน่าจะเกิดขึ้นกลางปี 2557 แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อสภาพคล่องในระบบ เพราะเฟดน่าจะทยอยลดมาตรการ ดังนั้น เงินทุนไม่น่าจะไหลออกจากเอเชียทันที ส่วนการลงทุนในตราสารหนี้นั้นตลาดกำลังพัฒนามีความน่าสนใจกว่า เพราะอัตราดอกเบี้ยมีเสถียรภาพมากกว่า อีกทั้งความเสี่ยงด้านเครดิตยังดีกว่าประเทศพัฒนาแล้ว "นางสาวโสภาวดี กล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ