(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งตัวคล้ายภูมิภาค โฟกัสไปที่ประกาศงบฯ-จ่ายปันผล

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday February 26, 2014 09:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ ผู้ช่วยกรรมการอำนวยการ สายงานวิจัยลูกค้าบุคคล บล.บัวหลวง(BLS) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะเคลื่อนไหวคล้ายกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้มีการแกว่งตัวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยได้รับ Sentiment จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯออกมาต่ำกว่าคาด
"ตลาดบ้านเราเชื่อว่าดัชนีฯคงจะไม่สวิงมาก แต่มีโอกาสไปในทางลบบ้าง in line กับทางเอเชีย แต่ Downside ภายในวันไม่น่าจะเห็นดัชนีฯลงต่ำมากนัก ถ้าลงมาก็เห็น 1,295 จุด เป็นแนวรับ ส่วนแนวต้าน 1,315 จุด"นายชัยพร กล่าว

นายชัยพร กล่าวต่อว่า ปัจจัยของตลาดฯไม่ได้มีอะไรในเวลานี้ มีเพียงเรื่องการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และการจ่ายปันผล ซึ่งนักลงทุนก็คงจะเทรดไปตามงบฯที่ออกมา พร้อมระบุเท่าที่ออกมาส่วนใหญ่จะดี อย่างหุ้น M, OSM งบฯออกมาดีกว่า และมีการจ่ายปันผลที่ใช้ได้ ทางฝ่ายวิจัยจึงเตรียมที่จะปรับประมาณการขึ้น(upgrade)

ส่วนปัจจัยการเมืองถ้าไม่มีอะไรรุนแรงในประเทศ ตลาดฯก็คงจะไม่ตกใจ เพราะเชื่อว่านักลงทุนพอจะเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ พร้อมมองนักลงทุนคงจะหันไปเล่นหุ้นขนาดเล็ก-กลางกันในวันนี้

ประเด็นของการพิจารณาการลงทุน :

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์คเมื่อวานนี้(25 ก.พ.)ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 16,179.66 จุด ลดลง 27.48 จุด (-0.17%) ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 1,845.12 จุด ลดลง 2.49 จุด (-0.13%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 4,287.59 จุด ลดลง 5.38 จุด(-0.13%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้านี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 155.11 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 7.61 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 19.58 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 6.58 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ลดลง 1.41 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 2.59 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 3.54 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดเมื่อวานนี้(25 ก.พ.)ที่ 1,303.88 จุด เพิ่มขึ้น 2.50 จุด (+0.19%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 618.92 ล้านบาท เมื่อวันที่ 25 ก.พ.57
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการเมื่อวานนี้(25 ก.พ.)ที่ 101.83 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 99 เซนต์หรือ 1%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดวานนี้(25 ก.พ.)ที่ 6.61 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 32.55/57 จับตาตัวเลขเศรษฐกิจตปท.-การเมือง-Flow
  • กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าไทยเดือน ม.ค. 2557 มีมูลค่า 1.79 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐลดลง 1.98% เทียบกับเดือน ม.ค.2556 ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 2.04 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐลดลง 15.5% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 2,521 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • 'ณรงค์ชัย'แย้ม กนง.12 มี.ค.กังวลหนี้ภาครัฐเข้าขั้นวิกฤต หวั่นกระทบเครดิตประเทศ สะเทือนตลาดเงินไทย เชื่อพื้นฐาน ศก.ตั้งรับปัจจัยเสี่ยงการเมืองไทย ย้ำใช้นโยบายการเงินดูแลเสถียรภาพ แต่อย่าหวังดันจีดีพีเป็นบวก
  • ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า ปีนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ของอาเซียนเติบโตเพิ่มขึ้น 5% โดยประเทศไทยยังคงเป็นผู้ผลิตอันดับหนึ่ง มีสัดส่วนการผลิตรวมคิดเป็น 50% ของอาเซียน แต่อินโดนีเซียถือเป็นประเทศที่ต้องจับตา เพราะยอดผลิตรถยนต์เติบโตอย่างรวดเร็วในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา ทั้งด้านการผลิตและตลาดในประเทศที่มีอัตราเฉลี่ย 27% ต่อปี เพราะในปี 2552 อินโดนีเซียผลิตได้เพียง 4.64 แสนคัน แต่ปี 2556 ผลิตได้เพิ่มขึ้นถึง 1.2 ล้านคัน ซึ่งหลายคนกังวลว่าการเติบโตของอินโดนีเซียอาจแซงหน้าไทยในอนาคต
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลสินเชื่อเงินฝาก และสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือน ม.ค.2557 พบว่า มียอดสินเชื่อรวม 9.489 ล้านล้านบาท ลดลงประมาณ 3,480 ล้านบาท จากยอดคงค้าง 9.493 ล้านล้านบาท เมื่อสิ้นปี 2556 เป็นผลทั้งจากแรงกดดันด้านปัจจัยฤดูกาลชำระคืนสินเชื่อของลูกค้าและการชะลอเบิกสินเชื่อใหม่เพื่อรอดูความชัดเจนของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ โดยเป็นการปรับตัวลดลงในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดกลางและขนาดเล็กขณะที่สินเชื่อในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น

*หุ้นเด่นวันนี้

  • AMATA(เคเคเทรด)"ซื้อ"เป้า 17.50 บาท มองการปรับลงมาของราคาหุ้นราว 18% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 9% และ SET ที่ 13% สะท้อนผลการดำเนินงานใน 4Q56 ที่ออกมาแย่กว่าที่เราคาดไปแล้ว ขณะที่จุดเด่นอยู่ที่งานในมือที่กำลังเจรจากับลูกค้าราว 1.5-2 พันไร่ และที่ดินพร้อมขายราว 1.3 หมื่นไร่ ปัจจัยหนุนระยะต่อไปคือแผนการจัดตั้งกองทุน REIT มูลค่า 5 พันล้านบาท และแผนการนำ บจ.อมตะวีเอ็น(เวียดนาม)เข้าตลาดหุ้น คาดว่าทั้ง 2 ดีลจะจบใน 2H57
  • M (เคเคเทรด)"ซื้อ"เป้า 61.25 บาท กำไรงวด 4Q56 ดีกว่าคาด 20% เนื่องจากการดำเนินงานปกติได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและความวุ่นวายทางการเมืองน้อยกว่าคาด นอกจากนี้ ยังมีรายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้นจากรายได้ดอกเบี้ยรับของเงินเพิ่มทุน IPO ที่ยังไม่ได้นำไปลงทุน จึงทำให้มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 543 ล้านบาท เติบโต 3% QoQ และ 29% YoY และประกาศจ่ายเงินปันผลจำนวน 1.60 บาท ต่อหุ้น ขณะที่เรามองว่าราคาหุ้น M ในปัจจุบันที่ยังซื้อขายใกล้เคียงกับราคา IPO ที่ PE Ratio 23 เท่า ต่ำกว่ากลุ่ม Food ที่อยู่ที่ 26 เท่า ได้สะท้อนต่อปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจการเมืองแล้ว
  • SPALI(ฟินันเซีย ไซรัส)เป้า 22 บาท กำไรดีกว่าคาด โดยกำไรปกติ 4Q13 +401% Q-Q, +9% Y-Y จากการโอนคอนโดถึง 3 โครงการในไตรมาสนี้ โดยยังคงคาดการณ์กำไรปกติปี 2014 เพิ่ม 35% Y-Y โดย SPALI ให้เป็น Top pick
  • KTB(เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)"ทยอยสะสม"เป้า 25 บาท หุ้นกลุ่มธนาคารเชื่อว่าราคาหุ้นมี Downside Risk ที่จำกัดในช่วงสั้น เพราะเข้าสู่การทยอยประกาศเงินปันผลตั้งแต่กลางสัปดาห์นี้จนถึงเดือน มี.ค. โดย KTB ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เนื่องจากปันผลปีละ 1 ครั้ง พร้อมคาดเงินปันผลปี 56 หุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 5.7% และมี Valuation ที่ค่อนข้างถูก

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ