ฟิทช์คงอันดับเครดิต PTTGC ที่ ‘AA(tha)’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday July 1, 2014 16:15 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Rating) ระยะยาวของบมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ที่ระดับ ‘AA(tha)’ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ระดับ ‘F1+(tha)’ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิของบริษัทฯ ที่ระดับ ‘AA(tha)’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ

ในขณะเดียวกัน ฟิทช์ประกาศจัดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิชุดใหม่ของบริษัทฯ จำนวนเงินหนึ่งหมื่นล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2564 ที่ระดับ ‘AA(tha)’ เงินที่ได้จากการขายหุ้นกู้ครั้งนี้จะนำไปใช้สำหรับชำระหนี้เดิม และเป็นเงินลงทุนในอนาคต หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัทฯ เนื่องจากหุ้นกู้ดังกล่าวมีสถานะเท่าเทียมกับหนี้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิของบริษัทฯ

ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต

ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง : ฟิทช์คาดว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างกระแสเงินสดที่ได้จากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานให้อยู่ในระดับสูงกว่าห้าหมื่นล้านบาทต่อปีจนถึงปี 2561 ยกเว้นในปี 2557 ที่อาจจะต่ำกว่าเนื่องจากส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของสารพาราไซลีนที่อ่อนตัวลงอย่างมาก

ฟิทช์คาดว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานน่าจะปรับตัวดีขึ้นในปี 2558-2559 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากโครงการการปรับปรุงประสิทธิภาพต่างๆ และการขยายกำลังการผลิตของกำลังการผลิตเดิมของบริษัทฯ โดยโครงการการปรับปรุงประสิทธิภาพต่างๆ และการขยายกำลังการผลิตดังกล่าว น่าจะช่วยเพิ่มอัตราส่วนกำไรของบริษัทฯ จนถึงปี 2560

แผนการลงทุนที่สูง แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ : กระแสเงินสดที่ได้จากการดำเนินงานของบริษัทฯ น่าจะเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของบริษัทฯ ที่ผ่านการอนุมัติแล้วจำนวน 2.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (72 พันล้านบาท) ในช่วงปี 2557 – 2561 นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีการประมาณการค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนในห้าปีข้างหน้าอีกจำนวน 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (142 พันล้านบาท) ที่กำลังพิจารณาอยู่ ซึ่งค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนดังกล่าวสามารถเลื่อนออกไปได้ในกรณีที่ภาวะอุตสาหกรรมอ่อนแอลง

ฟิทช์เชื่อว่าอัตราส่วนหนี้สินของบริษัทฯ ในปัจจุบันที่อยู่ในระดับต่ำ (โดยบริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดที่ได้จากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้ สินจากการดำเนินงาน (FFO net adjusted debt) อยู่ที่ระดับ 1.4 เท่าในปี 2556) และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทฯ สามารถรองรับแผนการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากแผนการลงทุนของบริษัทฯ ที่ผ่านการอนุมัติแล้วในปัจจุบันได้

การรักษาอัตราส่วนหนี้สินในระดับต่ำ : ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดที่ได้จากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 เท่าในปี 2557 และอยู่ในระดับนี้ต่อไปอีกสามปีข้างหน้า เมื่อพิจารณารวมค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนทั้งในส่วนที่อนุมัติแล้วและบางส่วนของแผนการลงทุนยังไม่อนุมัติ (แต่อัตราส่วนหนี้สินดังกล่าวจะอยู่ที่ระดับประมาณ 1 เท่า หากรวมค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนเฉพาะในส่วนที่อนุมัติในปัจจุบันแล้วเท่านั้น)

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีสภาพคล่องที่สูง โดยมีเงินสดและเงินสดเทียบเท่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2557 อยู่ที่ 4.8 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ตารางการชำระหนี้ของบริษัทฯ มีการกระจายตัวที่ดี และบริษัทมีความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ดี

การผลิตที่ครบวงจรและต้นทุนการผลิตที่ต่ำ : บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตต่อเนื่องครบวงจรตั้งแต่การกลั่นน้ำมันไปจนถึงการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยบริษัทฯ มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบรวมถึงการได้รับประโยชน์จากการมีขนาดการผลิตที่ใหญ่ นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีความได้เปรียบในเรื่องต้นทุนการผลิตเนื่องจากวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตโอเลฟินส์ได้แก่ก๊าซธรรมชาติซึ่งจัดหาได้ภายในประเทศและมีราคาถูกกว่าวัตถุดิบประเภทอื่นเช่น แนฟทา

บริษัทฯ ยังได้รับประโยชน์จากการที่บริษัทฯ มีสัญญาการจัดหาวัตถุดิบระยะยาวกับ บมจ. ปตท. (ซึ่งถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ประมาณร้อยละ 49 โดย ปตท. ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) ซึ่งช่วยลดความผันผวนของส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบได้

ความเชื่อมโยงกับ ปตท. : ฟิทช์ได้ให้อันดับเครดิตแก่ PTTGC เพิ่มขึ้นหนึ่งอันดับเครดิตจากอันดับเครดิตโดยลำพังของบริษัทฯ (Stand-alone Rating) เพื่อสะท้อนถึงความสัมพันธ์ในด้านการดำเนินงานและความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ กับ ปตท. บริษัทฯ เป็นผู้ซื้อหลักทั้งผลิตภัณฑ์ก๊าซจากโรงแยกก๊าซและคอนเดนเสทจาก ปตท. และยังเป็นบริษัทหลักในด้านธุรกิจปิโตรเคมีของกลุ่ม ปตท. ในการขยายธุรกิจปิโตรเคมีทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีสัดส่วนในส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมของ ปตท. ที่สูงที่สุดในบรรดาบริษัทลูกที่อยู่ในธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น การเพิ่มอันดับเครดิตเพียงหนึ่งอันดับเนื่องจากฟิทช์เห็นว่าผลประโยชน์บางประการที่บริษัทฯ ได้รับจาก ปตท. เช่น การจัดหาวัตถุดิบก๊าซ ได้สะท้อนอยู่ในอันดับเครดิตของบริษัทฯ โดยลำพังอยู่แล้ว

ความผันผวนตามวัฏจักรของธุรกิจ: อันดับเครดิตของบริษัทฯ ถูกลดทอนจากความผันผวนของราคาผลิตภัณฑ์ตามวัฎจักรของธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นน้ำมันรวมถึงราคาน้ำมันดิบ ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนกำไรและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทฯ มีความผันผวน

สำหรับปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต ด้านปัจจัยบวก ได้แก่ ระดับความสัมพันธ์ในด้านการดำเนินงาน และความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ กับ ปตท. ที่เพิ่มสูงขึ้น

การเพิ่มอันดับเครดิตของบริษัทฯ โดยลำพังเองยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสองถึงสามปีข้างหน้า เนื่องจากแผนการลงทุนที่สูงของบริษัทฯ และคาดว่าการลงทุนใหม่ๆ เหล่านี้ยังไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดให้กับบริษัทฯ ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ขึ้น

ส่วนปัจจัยลบ ได้แก่ อัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดที่ได้จากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานที่สูงกว่า 1.5 เท่าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการลงทุนที่ใช้แหล่งเงินทุนจากการกู้ยืมที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และ/หรือ ค่าการกลั่นและส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีกับราคาวัตถุดิบที่อยู่ในระดับต่ำ

และความสัมพันธ์ในด้านการดำเนินงานและความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ ต่อ ปตท. ที่ลดน้อยลง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ