PTTGC คาด EBITDA Margin ปีนี้ 10-11% จาก 8% ในครึ่งปีแรก

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday August 25, 2014 13:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายทิติพงษ์ จุลพรศิริดี ผู้จัดการฝ่ายหน่วยงานการเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิมอล(PTTGC) กล่าวว่า บริษัทฯคาดอัตรากำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคาและ ค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะอยู่ที่ 10-11% สูงขึ้นจากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 8% เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

ปัจจุบันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และแนฟทาปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่กว่า 500 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากในช่วงไตรมาส 2/57 ลดลงมาอยู่ที่ 333 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งจะทำให้ EBITDA Margin ทั้งปีขยับขึ้นไปอยู่ใกล้เคียงกับปีก่อนที่กว่า 10%

และคาดว่า EBITDA Margin ของบริษัทจะเติบโตเพิ่มสูงขชึ้นมาที่ระดับ 30% ในปี 60 หลังมีการขยายกำลังการผลิตให้เพิ่มขึ้น ช่วยลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์สร้างผลพลอยได้จากผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ โรงกลั่น และผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ รวมถึงขยายการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น

ทั้งนี้ PTTGC ได้ตั้งงบลงทุน 5 ปี (57-61) จำนวน 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะใช้ปีละไม่เกิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงานเดิมที่มีอยู่ และขยายธุรกิจไปในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน และจีน พร้อมทั้งบริษัทฯมีแผนศึกษาสินค้าตัวใหม่ เพื่อผลักดันสัดส่วนรายได้ให้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ภาพรวมตลาดในครึ่งปีหลังมองว่า ราคาน้ำมันดิบปีนี้น่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 104-106 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยมีปัจจัยความต้องการที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีซัพพลายน้ำมันเพิ่มเข้ามา ประกอบกับยังมีปัจจัยจากความไม่สงบจากประเทศตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบน่าจะอยู่ในช่วงดังกล่าว

ด้านโรงกลั่นปิโตรเลียม คาดว่าอัตรากำไร(มาร์จิ้น)น่าจะเติบโตใกล้เคียงกับปีก่อน โดยมองว่าครึ่งปีหลังโรงงานในประเทศสหรัฐฯมีแผนที่จะหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น และในไตรมาส 4/57 เป็นช่วงฤดูกาลที่มีการใช้พลังงานจะปรับตัวสูงขึ้น

ส่วนโรงงานอะโรเมติกส์ ยังมีความต้องการของพาราไซลีน (PX) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากประเทศจีน และเกาหลี โดยจะได้รับอานิสงส์ในช่วงฤดูหนาวที่มีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ผลิตเสื้อผ้าเพิ่มขึ้น คาดว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ในครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกได้ ส่วนต่างน่าจะอยู่ที่ระดับ 400-430 เหรียญสหรัฐ/ตัน ด้านเบนซีน (BZ) ในช่วงครึ่งปีหลัง คาดส่วนต่างราคาน่าจะรักษาระดับไว้ได้ที่ 350-400 เหรียญสหรัฐ/ตัน

"เรามองว่าผลประกอบการของบริษัทปีนี้จะดีกว่าปีก่อนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับราคาอะโรเมติกส์ โดยขณะนี้ราคาก็ยังมีความผันผวนอยู่ แต่คาดว่าราคาจะดีกว่าครึ่งปีแรกได้ จากปัจจุบันมีการปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 500 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งให้ติดตามสถานการณ์ราคาผลิตภัณฑ์" นายทิติพงษ์กล่าว

ขณะที่ราคาผลิตเม็ดพลาสติก HDPE ดีขึ้นโดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1,500 เหรียญ/ตัน เพิ่มขึ้นจากเมื่อช่วงต้นปีนี้ที่ระดับราคา 1,300 เหรียญ/ตัน แม้ว่าตลาดโลกจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นแต่ความต้องการจากทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะแถบเอเชีย เช่น ประเทศจีน เกาหลี ที่มีความต้องการสูง


แท็ก (PTTGC)  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ