(เพิ่มเติม) กลุ่มปิโตรฯ SCC คาดรายได้หดตามราคาน้ำมัน แต่สเปรดยังดี ดันเพิ่มสินค้า HVA

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday February 13, 2015 17:47 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีซี เคมิคอลส์ ในเครือ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย(SCC) คาดว่ารายได้ในปีนี้จะทำได้ต่ำกว่าปีก่อน เนื่องจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงไปมากฉุดราคาผลิตภัณฑ์ให้ลดลงตามไปด้วย แต่สเปรดปิโตรเคมียังอยู่ในระดับสูง ขณะที่บริษัทตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากสินค้าในกลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่ม (HVA) ให้เพิ่มขึ้นปีละ 2-3% โดยปีนี้จะมีสัดส่วนที่ 29% เพื่อผลักดันกำไรให้สูงขึ้น และในปีนี้บริษัทไม่มีแผนหยุดเดินเครื่องจักรเพื่อซ่อมบำรุง แต่มีแผนจะหยุดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่โรงงานโอเลฟินส์ในช่วงปลายปี 59

อย่างไรก็ตาม มองว่าวัฎจักรของปิโตรเคมีจะเป็นขาขึ้นไปจนถึงปี 60 ซึ่งขณะนี้บริษัทมีแผนซื้อกิจการด้านเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า

นายชลณัฐ กล่าวว่า ปีนี้กลุ่มปิโตรเคมีจะเดินเครื่องผลิตเต็มที่ โดยไม่มีแผนปิดซ่อมบำรุงโรงงาน ท่ามกลางส่วนต่าง(สเปรด) ผลิตภัณฑ์ที่มองว่าอยู่ในระดับสูงที่ราว 700 เหรียญสหรัฐ/ตัน แม้ว่าราคาผลิตภัณฑ์จะลดลงตามราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงและกดดันให้รายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนก็ตาม ขณะที่ยังมองโอกาสการเข้าซื้อบริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อต่อยอดมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์

"น้ำมันลงเป็น benefit กับเรา ต้นทุนวัตถุดิบลดลง แต่ gap ไม่ได้ลงตาม...ถ้าสเปรดยังเป็นแบบนี้ น้ำมันอยู่อย่างนี้ เราน่าจะได้ประโยชน์ ตลาดเอื้ออำนวยแล้วคุณผลิตขายของได้ไหม ปีที่ผ่านมาโรงงานเดินดีมาก ปีนี้โรงงาน modify เครื่องจักร ทำให้ปริมาณขายเพิ่มขึ้นมา ปีนี้เราไม่มีแผนหยุดซ่อมบำรุง"นายชลณัฐ กล่าว

อนึ่ง ในปี 57 เอสซีจี เคมิคอลส์ มียอดขาย 2.48 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นราว 51% ของยอดขายรวมกลุ่ม SCC โดยมีสเปรดผลิตภัณฑ์หลัก คือ โพลีเอทิลีน (HPDE) กับวัตถุดิบแนฟทาที่ระดับ 682 เหรียญสหรัฐ/ตัน

นายชลณัฐ กล่าวว่า เอสซีจี เคมิคอลส์มีแผนจะหยุดซ่อมบำรุงใหญ่โรงงานระยองโอเลฟินส์อีกครั้งในช่วงปลายปี 59 ขณะที่คาดว่าวัฎจักรขาขึ้นของธุรกิจปิโตรเคมีจะยังคงยาวนานถึงปี 60 ก่อนจะเริ่มชะลอลง หลังจากกำลังการผลิตใหม่จะเข้ามาในตลาดโลก แต่เชื่อว่าจะอยู่ในระดับที่ไม่มากนัก

ส่วนงบลงทุนของเอสซีจี เคมิคอลส์ในปีนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในโครงการปิโตรเคมี คอมเพล็กซ์เวียดนามที่มีมูลค่าลงทุนเบื้องต้น. 4.5. พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างสรุปตัวเลขกับผู้รับเหมา คาดว่าจะสรุปในช่วงปลายไตรมาส 2 หรือต้นไตรมาส 3 ปีนี้ รวมถึงยังให้ความสนใจที่จะเข้าซื้อกิจการบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ในอนาคต

ในปีนี้เอสซีจี เคมิคอลส์ ตั้งงบลงทุนสำหรับการวิจัยและพัฒนาที่กว่า 2.1 พันล้านบาท สูงกว่าราว 1 พันล้านบาทในปีที่แล้ว คิดเป็น 44% ของงบวิจัยเครือ SCC ในปีนี้ 4.8 พันล้านบาท ขณะที่มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนสินค้าในกลุ่ม HVA ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มในปีนี้ที่ 29% จาก 27% ในปีที่แล้ว และจะเพิ่มขึ้นปีละ 2-3% ขณะที่ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ใหม่ว่า 14 รายการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าใน 120 ประเทศทั่วโลก

ทั้งนี้ การที่เอสซีจี เคมิคอลส์มุ่งต่อยอดเทคโนโลยีเพื่อสร้างฐานมูลค่าเพิ่มไปยังตลาดภูมิภาค อย่าง เวียดนาม อินโดนีเซีย เป็นต้น โดยขณะนี้ได้มีการขายเทคโนโลยีบางส่วนออกสู่ตลาดบ้างแล้ว ทำให้มีรายรับกลับเข้ามาและในอนาคตอาจมีการขยายในส่วนของงานการให้บริการโรงงานเพิ่มขึ้น

นายชลณัฐ กล่าวถึงการซื้อกิจการ Nomer group ซึ่งเป็นบริษัทด้านการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ในนอร์เวย์เมื่อปลายปีที่แล้ว มีการโอนหุ้นให้แล้ว 51% และจะโอนส่วนที่เหลือ 49% ภายในเดือน ก.ย58


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ