(เพิ่มเติม) BRR คาดปีนี้ผลผลิตน้ำตาลเพิ่มเป็น 2.5 แสนตัน-โรงไฟฟ้าหนุนกำไรทั้งปีนี้

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday March 3, 2015 18:10 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอนันต์ ตั้งตรงเวชกิจ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.น้ำตาลบุรีรัมย์ (BRR) คาดธุรกิจน้ำตาลและไฟฟ้าในปีนี้จะช่วยหนุนกำไรให้เติบโตได้ในปีนี้ หลังคาดจะมีปริมาณอ้อยเข้าหีบในปีนี้เพิ่มเป็น 2.2 ล้านตัน ทำให้สามารถผลิตน้ำตาลทรายได้ประมาณ 2.5 แสนตัน จาก 2.08 แสนตันในปีก่อน ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง และยังทำกำไรได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันปีนี้จะเริ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแห่งที่ 2 ด้วย
"เรามั่นใจว่าปีนี้จะเป็นปีที่ BRR เติบโตได้แบบก้าวกระโดด ซึ่งมาจากฐานธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายที่เรามีผลผลิตน้ำตาลทรายที่มากขึ้นและต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง อีกทั้งยังสามารถสร้างเม็ดเงินรายได้และกำไรที่แข็งแกร่งจากธุรกิจพลังงานทดแทนอีกด้วย"นายอนันต์ กล่าว

นายอนันต์ กล่าวว่า ปริมาณอ้อยเข้าหีบและการผลิตน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีผลพลอยได้ที่เป็นกากน้ำตาลเพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าเพิ่มเป็น 80,000 ตันจากปีก่อนที่มีปริมาณอยู่ที่ 70,000 ตันอีกด้วย

สำหรับในส่วนของพลังงานทดแทนนั้น ในเร็วๆนี้บริษัทจะได้เริ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแห่งที่ 2 และพร้อมจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 8 เมกะวัตต์ ในรูปแบบ Feed-in-Tariff (FiT) ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การจำหน่ายไฟฟ้าในรูปแบบ FiT ส่งผลดีต่อโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลแห่งที่ 2 ของ BRR ที่มีโอกาสสร้างรายได้จาการจำหน่ายไฟเพิ่มขึ้น เนื่องจากการจำหน่ายไฟฟ้าในรูปแบบดังกล่าว ทำให้ราคาจำหน่ายไฟฟ้าต่อหน่วยให้แก่ภาครัฐปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.53 บาท/หน่วย จากเดิมที่ 3.60 บาท/หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 0.93 บาท/หน่วย ส่งผลต่อภาพรวมรายได้ของธุรกิจพลังงานทดแทนในปีนี้เพิ่มเป็น 450 ล้านบาทหรือคิดเป็น 10% ของรายได้รวม และทำสัดส่วนกำไรเพิ่มเป็นกว่า 30% จากเดิมที่มีสัดส่วนกำไรอยู่ที่ 20%

ส่วนผลการดำเนินงานในปี 57 บริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายน้ำตาลและกากน้ำตาล 3,328 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิของธุรกิจรวมทำได้ 241 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 196 ล้านบาท โดยการเติบโตมีปัจจัยจากความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากธุรกิจน้ำตาลได้มากขึ้นหลังมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำลง

นอกจากนี้ ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลแห่งที่ 1 สามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจเต็มปี รวมถึงยังนำเงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปชำระหนี้คืนทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง จึงทำให้ผลการดำเนินงานเติบโตในปีที่ผ่านมา

นายอนันต์ กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมการที่จะจัดตั้งบริษัทใหม่ เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งที่ 3 โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 9.9 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนประมาณ 600 ล้านบาท เพื่อรองรับปริมาณอ้อยที่เพิ่มมากขึ้น โดยใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 10-12 เดือน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในปีหน้า ภายใต้รูปแบบการรับซื้ออัตราค่าไฟฟ้าในระบบ FIT

สำหรับแผนในระยะยาว บริษัทคาดว่าสัดส่วนกำไรจากโรงไฟฟ้าจะมาจากธุรกิจพลังงานประมาณ 50% และธุรกิจน้ำตาล 50% จากปัจจุบันกำไรจากธุรกิจพลังงานอยู่ที่กว่า 20% ทั้งนี้ หากบริษัทสร้างโรงไฟฟ้าครบ 4 แห่ง ก็ส่งผลให้มีกำลังการผลิตรวม 32 เมกะวัตต์ หนุนให้บริษัทมีรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าเป็น 1,000 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในโรงงานเอทานอล ซึ่งคาดจะได้ข้อสรุปรูปแบบการลงทุนในช่วงอีก 2-3 เดือนข้างหน้า โดยการลงทุนมีหลายแนวทาง ทั้งการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุน หรือการลงทุนเองทั้งหมด ซึ่งหากบริษัท สามารถสร้างโรงงานเอทานอลได้สำเร็จ จะช่วยลดการสูญเสียของการผลิตน้ำตาลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะทำให้เป็นบริษัทที่ครบวงจร ทั้งการผลิตไฟฟ้า เอทานอล และการผลิตปุ๋ย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ