(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าผันผวน หลังตัวเลขศก.สหรัฐฯไม่ดี แต่ราคาน้ำมันดีดขึ้น

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday May 18, 2015 09:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุน บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะผันผวน เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯออกมาไม่ดีหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขภาคอุตสาหกรรมม, อัตราการใช้กำลังการผลิต และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ต่างลดลง

แต่ตลาดฯคงจะไม่ปรับตัวลงมาก เนื่องจากล่าสุดมีข่าวทางซาอุดิอาระเบียได้โจมตีทางอากาศในกรุงเยเมน ทำให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นสูงขึ้นยืนเหนือ 60 เหรียญฯ/บาร์เรลอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน

ด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ พร้อมให้ติดตามวันนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์)จะประกาศตัวเลข GDP ซึ่งตลาดคาดฯจะออกมาไม่ดี เนื่องจากตัวเลขส่งออกไม่ดี และการบริโภคก็ชะลอ

พร้อมให้กรอบแกว่งไว้ที่ 1,500-1,520 จุด

ประเด็นของการพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด(15 พ.ค.58)ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 18,272.56 จุด เพิ่มขึ้น 20.32 จุด(+0.11%),ดัชนี
NASDAQ ปิดที่ 5,048.29 จุด ลดลง 2.50 จุด(- 0.05%),ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,122.73 จุด เพิ่มขึ้น 1.63 จุด(+0.08%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้าวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 33.24 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 30.79 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 29.84 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 24.27 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 1.65 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 2.22 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 1.60 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด(15 พ.ค.58)1,512.19 จุด เพิ่มขึ้น 14.79 จุด (+0.99%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 774.49 ล้านบาท เมื่อวันที่ 15 พ.ค.58
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด(15 พ.ค.58) ปิดที่ 59.69 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 19 เซนต์
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด(15 พ.ค.58)ที่ 9.29 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 33.47/49 แข็งค่าจากสัปดาห์ก่อน มองกรอบวันนี้ 33.40-33.60
  • ส.อ.ท.ระบุไตรมาสแรกส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้นทุกเดือน เช่นเดียวกับตลาดชิ้นส่วนฯ ขณะศักยภาพส่งออกชิ้นส่วนไทยยังแกร่ง หลังไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตรถคุณภาพสูงอาเซียน ตลาดอาฟเตอร์มาเก็ตไทย เป็นศูนย์กลางส่งอะไหล่ ตามฐานการผลิตรถซีบียู อย่างน้อยรุ่นละ15 ปี
  • สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)แถลงตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาสแรกปี 2558 ในวันที่ 18 พ.ค.นี้ หลังจากรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในช่วงกลางเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา มั่นใจว่าเศรษฐกิจไตรมาสแรกนี้จะขยายตัวได้ 3% และยังคงประมาณการทั้งปีที่ 3.4-4.5% สอดคล้องกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมั่นใจว่าเศรษฐกิจไตรมาสแรกจะขยายได้ 3%
  • แหล่งข่าวจากกรมการบินพลเรือน(บพ.)เปิดเผยว่า ขณะนี้การแก้ปัญหาข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยของสายการบิน (SSC) คืบหน้ามากแล้ว โดยสายการบินใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ การบินไทย ไทยแอร์เอเชีย บางกอก แอร์เวย์ส และนกแอร์ ร่วมลงขันเป็นเงิน 17 ล้านบาท ว่าจ้าง ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ 4-5 คน มาช่วย บพ.จัดทำคู่มือและ เช็กลิสต์ในการตรวจสอบสายการบิน 16 แห่ง ที่มีการปฏิบัติการบินจริงพร้อมกันนั้น สายการบินใหญ่ๆ ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญและนักบินเข้าฝึกอบรมเพื่อเป็นผู้ตรวจสอบการออกใบรับรองเดินอากาศ (AOC) ใหม่ ซึ่งเมื่อรวมกับเจ้าหน้าที่ บพ. 13 คน จะทำให้มีเจ้าหน้าที่ที่จะไปตรวจสอบสายการบินต่างๆ กว่า 60 คน และทุกคนเข้ารับการอบรมเสร็จแล้วเมื่อวันที่ 4-15 พ.ค.ที่ผ่านมา
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดการใช้เช็ค ดราฟต์ ตั๋วแลกเงิน ที่ ธปท. ให้บริการแก่ธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั้งระบบทั่วประเทศ ล่าสุด ณ สิ้นเดือน เม.ย.ปีนี้ ทั้งระบบมีปริมาณเช็คเรียกเก็บทั้งสิ้น 5.9 ล้านใบ มูลค่า 3.1 ล้านล้านบาท ลดลง 1.07 ล้านใบ หรือ 15.32% และ 3.15 แสนล้านบาท หรือ 9.32% ตามลำดับเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยในจำนวนนี้มีปริมาณเช็คคืนไม่มีเงินหรือเช็คเด้ง 6.55 หมื่นใบ มีมูลค่า 9,400 ล้านบาท ลดลง 9,913 ใบ หรือ 13.14% และ 1,340 ล้านบาท หรือ 12.48% ตามลำดับ
  • คลังสั่งเข้มสรรพากรรีดภาษีผู้ประกอบการครึ่งปี หวังช่วยโปะผลงานจัดเก็บต่ำเป้า แถมไล่ตรวจยอดภาษีในแต่ละท้องที่เพื่อวัดผล รวมถึงอุดช่องโหว่ทุจริต

*หุ้นเด่นวันนี้

  • GPSC บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ เทรดวันนี้วันแรก บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินมูลค่าหุ้นได้เท่ากับ 33 บาท (DCF) และคาด Dividend yield 3.5-4.5% ต่อปี ปัจจุบันมีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น 1,315 MW และจะเพิ่มขึ้น 40% เป็น 1,851MW ในปี 2019 โดยคาดปี 2015 กำไรสุทธิโต 25% Y-Y เป็น 1,974 ล้านบาท จากการรับรู้กำไรจากโครงการ IRPCCP – I และโตต่อเนื่อง 11% Y-Y ในปี 2016 จากการเริ่มรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้านวนคร (NNEG) และเติบโต 21.5% ในปี 2017 จากการเริ่มรับรู้กำไรจากโครงการ IRPCCP –II, NL1PC และ BIC2
  • CK(ฟินันเซีย ไซรัส)"ซื้อ"เป้า 33 บาท กำไรเป็นไปตามคาด กำไรปกติ +3% Q-Q, -49% Y-Y รายได้จากงานก่อสร้างหลักๆในไตรมาสนี้มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสีเขียว และทางด่วนศรีรัช เรายังคงคาดกำไรปกติปีนี้ทรงตัวจากปีก่อน แต่มี Upside จากการซื้อหุ้นไซยะบุรีและการควบรวม BMCL และ BECL หากการควบรวมแล้วเสร็จ กำไรโอกาสเติบโต 24% Y-Y
  • NWR(เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)"ซื้อเก็งกำไร"เป้า 2.60 บาท คาดหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างจะปรับตัวขึ้นได้ดีในสัปดาห์นี้ เนื่องจาก รมว.คมนาคมจะแถลง “นโยบายคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ" ในวันพุธที่ 20 พ.ค. ทั้งนี้ รายงานผลประกอบการ 1Q58 มีกำไรสุทธิ 32 ล้านบาท +162% yoy จากรายได้ที่ขยายตัว +12% yoy เป็น 1,766 ล้านบาท ตามการรับรู้รายได้โครงการหลัก ใน 1Q58 ณ ปัจจุบัน NWR ซื้อขายระดับ PBV 2558 เพียง 1.02 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นรับเหมาขนาดใหญ่ที่ 2.7 เท่า จึงเชือว่ามี Downside ของราคาหุ้นค่อนข้างจำกัด

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ