ASIMAR ยอมรับผลงานปีนี้พลาดเป้า แต่หวังช่วง 1-2 ปีจากนี้กลับมาเทิร์นอะราวด์

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday November 24, 2016 12:05 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางวรวรรณ งานทวี กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ (ASIMAR) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานปีนี้ของบริษัทอาจจะเติบโตไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ หลังในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิเพียง 29.12 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 102 ล้านบาท แม้แนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4/59 คาดว่าจะมีทิศทางที่ดี เนื่องจากมีการรับรู้รายได้ จากมูลค่างานคงค้างในมือ (Backlog) ที่มีมากกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งทยอยรับรู้มาตั้งแต่ไตรมาส 3/59 ที่ผ่านมา

สำหรับปริมาณงานในมือดังกล่าว มีทั้งงานของภาครัฐและเอกชน ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้เข้าประมูลงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) มูลค่าไม่เกิน 1,000 ล้านบาท รวมถึงงานวิศวกรรมอื่น ๆ และเริ่มมีการรับรู้รายได้จากอู่ต่อเรือที่จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากที่ไตรมาส 3/59 ที่ผ่านมา ได้ปรับปรุงอู่ซ่อมเรือ โดยขณะนี้เฟส 1 สามารถใช้งานได้แล้ว

อย่างไรก็ตามหวังว่าในระยะ 1-2 ปีจากนี้ บริษัทจะกลับมาเทิร์นอะราวด์อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีปัจจัยหลักมาจากอู่ต่อเรือแห่งใหม่ในจ.สุราษฎร์ธานี ที่เริ่มเปิดดำเนินการในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และล่าสุดขณะนี้คืบหน้าแล้วกว่า 90% โดยจะเปิดอย่างเป็นทางการในเดือน ม.ค.60 ตามกำหนดการที่วางไว้ ซึงจะช่วยสนับสนุนการรับงานต่อเรือ ซ่อมเรือ ได้เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ทางภาคใต้ ขณะที่อุตสาหกรรมต่อเรือปีนี้ได้เริ่มฟื้นตัวแต่ไม่หวือหวามากนัก โดยมองว่าอุตสาหกรรมจะฟื้นตัวได้จริงในอีก 2 ปีข้างหน้า

นางวรวรรณ กล่าวว่า โครงสร้างรายได้ของบริษัทในปีนี้ ประกอบด้วย รายได้ซ่อมเรือ ประมาณ 55% ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดไม่ต่ำกว่า 30% ,รายได้จากการต่อเรือ ประมาณ 43% ล่าสุดมีส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ย 20-30% ,รายได้งานโครงสร้างเหล็ก ปัจจุบันอยู่ระหว่างประมูลงานโครงสร้างเหล็ก มูลค่า 300-400 ล้านบาท สำหรับจุดเด่นสำคัญของบริษัท คือ สามารถต่อเรือได้ยาวถึง 160 เมตร และมีขีดความสามารถในการรับเรือเฉลี่ย 80-100 ลำต่อปี นอกจากนั้นยังมีความเชี่ยวชาญในการกิจการขนส่งทางเรือ มากกว่า 50 ปี

สำหรับผลประกอบการของบริษัท และบริษัทย่อยในงวดไตรมาส 3/59 มีกำไรสุทธิ 16.88 ล้านบาท ลดลง 63.66% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 132.02 ล้านบาท ลดลง 39.23% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการรับจ้างลดลง 87.42 ล้านบาท หรือคิดเป็น 40.65% เนื่องจากรายได้จากงานซ่อมเรือลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 25.82% สาหตุหลักจากรายได้กลุ่มลูกค้าเรือ Offshore ที่ลดลง และลูกค้าควบคุมงบประมาณการซ่อมเรือจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ และมีการแข่งขันสูงขึ้นระหว่างอู่เรือ

ขณะที่รายได้จากงานต่อเรือลดลง 63.91% เนื่องจากในไตรมาส 3/58 มีการรับรู้รายได้สะสม 100% จากการส่งมอบงานโครงการ 2 ลำ คือ เรือวางทุ่น ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย และเรือลากจูง ของ Port Authority of Sihanoukville ขณะที่ไตรมาส 3/59 มีงานโครงการต่อเรือที่รับรู้รายได้จากอัตราส่วนของงานที่ทำสำเร็จทั้ง 4 โครงการ คือ โครงการเรือลากจูงกำลังฉุดไม่น้อยกว่า 50 เมตริกตัน ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งมีการรับรู้รายได้สะสม 5.56%

โครงการต่อเรือลำเลียงขนาด 2,500 เดทเวทตัน จำนวน 2 ลำ ของบริษัท วีรวรรณ จำกัด ซึ่งมีการรับรู้รายได้สะสม 22.65% ส่วนเรือกำจัดผักตบชวาและวัชพืช (นครปฐม) และเรือกำจัดผักตบชวาและวัชพืช (ฉะเชิงเทรา) ซึ่งรับรู้รายได้สะสมของโครงการ 100% ซึ่งทั้ง 2 โครงการได้ส่งมอบเรือเรียบร้อยแล้ว โดยโครงการเรือกำจัดผักตบชวาเป็นงานจากบริษัท อีโค มารีน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ