CPL เผยควบรวม"แพงโกลิน"เสริมแกร่งหนุนดำเนินธุรกิจครบวงจรจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday January 11, 2017 11:34 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสุวัชชัย วงษ์เจริญสิน รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ซี.พี.แอล.กรุ๊พ (CPL) เปิดเผยว่า บริษัทจะควบรวมกิจการกับบริษัท แพงโกลิน เซฟตี้ โปรดักส์ จำกัด (แพงโกลิน) หลังจากคณะกรรมการบริษัทมีมติให้เข้ารับโอนกิจการดังกล่าวแลกกับการออกหุ้นเพิ่มทุนชำระเป็นค่าตอบแทน ซึ่งเชื่อว่าจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัท เพื่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

"มั่นใจว่าการควบรวมกับแพงโกลิน ซึ่งเป็นผู้นำในการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เซฟตี้ ที่มีการเติบโตตามอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ จะทำให้ CPL สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด และจะสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับ CPL ได้อย่างแน่นอน"นายสุวัชชัย กล่าว

วานนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้บริษัทควบรวมกิจการกับ แพงโกลิน ด้วยวิธีการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อจัดสรรเป็นการเฉพาะเจาะจงเป็นค่าตอบแทนในการรับโอนกิจการ ดังยั้น CPL จะเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 264 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 10 บาท เป็น 418.9 ล้านบาท ด้วยการออกหุ้นใหม่จำนวน 15,489,942 หุ้น ที่ราคาประมาณหุ้นละ 34.28 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 531 ล้านบาท

จากการทำรายการดังกล่าวจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มวงษ์เจริญสินใน CPL เพิ่มขึ้นจาก 51.27% เป็น 69.29% กลุ่มวงษ์เจริญสินจึงได้ประกาศเจตนาที่จะทำคำเสนอซื้อหุ้นของบริษัท (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) พร้อมกันนี้ บริษัทกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติในการควบรวมกิจการดังกล่าวในวันที่ 23 ก.พ.60 ซึ่งจะเป็นการควบรวมในลักษณะโอนกิจการทั้งหมด หรือ Entire Business Transfer (EBT) ของแพงโกลินเข้ามารวมกับ CPL ซึ่งภายหลังการควบรวม จากเดิมที่มีอยู่ 2 บริษัท ก็จะเหลือ CPL เพียงบริษัทเดียว

"การควบรวมครั้งนี้จะทำให้ขนาดสินทรัพย์ของ CPL เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจของ CPL จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกในรอบเกือบ 22 ปี นับตั้งแต่บริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 37 โดยบริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจครบวงจรจากขั้นต้นน้ำไปถึงขั้นปลายน้ำ จากเดิมที่ CPL ดำเนินธุรกิจผลิตหนังฟอกสำเร็จรูปรายใหญ่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อป้อนให้กับผู้ผลิตรองเท้าแบรนด์ชั้นนำของโลก ก็จะขยายไปสู่การเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เซฟตี้และอุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของแพงโกลิน ที่เป็นสินค้าขั้นปลายน้ำอีกด้วย"นายสุวัชชัย กล่าว

ทั้งนี้ แพงโกลิน มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เซฟตี้ อุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคลครบวงจรตามมาตรฐานสากล อาทิ อุปกรณ์ป้องกันเท้าและอุปกรณ์ป้องกันศีรษะ ภายใต้ตราสินค้าแพงโกลิน รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันดวงตาและใบหน้า อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ อุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูง ป้องกันเสียงและป้องกันร่างกาย เป็นต้น

ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 59 ที่ผ่านมา แพงโกลินมีรายได้จากการขาย 445.2 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 36.6 ล้านบาท โดยสินค้าของแพงโกลินได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากล ขณะที่รองเท้าเซฟตี้ของแพงโกลิน สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในสินค้าประเภทเดียวกัน สำหรับลูกค้าหลักของแพงโกลิน เป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ และรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในภูมิภาคอินโดจีน รวมทั้งส่งออกสินค้าไปยังหลายประเทศทั่วโลก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ