KTBST คาด SET สัปดาห์นี้ผันผวนกรอบ 1,550-1,593 จุดปัจจัยตปท.กดดัน แนะกลุ่ม Domestic

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday March 27, 2017 10:42 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บล.เคทีบี (ประเทศไทย) (KTBST) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (27-31 มี.ค.) ว่า ภาพของตลาดหุ้นไทยยังมองเป็นบวกแต่จะค่อยเป็นค่อยไปจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างประเทศเป็นหลัก แต่ด้วยการผ่านร่างกฎหมายสำคัญของสหรัฐฯ เกิดการสะดุดบวกกับตลาดมีปัจจัยถ่วงเรื่องอื่นๆ อาทิ ความไม่แน่นอนของทิศทางราคาน้ำมัน , การเลือกตั้งยุโรป (เยอรมัน-ฝรั่งเศส) คาดนักลงทุนยังเข้าลงทุนในสินทรัพย์ ที่เป็น Reflation Trade อาทิ หุ้นที่เป็นบวกจากดอกเบี้ยต่ำ , หุ้นที่เป็น Domestic Play ของไทยเอง และหุ้นที่ให้ผลตอบแทนด้านเงินปันผลที่สูง เป็นต้น

สัปดาห์นี้จึงควรเน้นหุ้นที่เป็น Domestic Play และหุ้นพื้นฐานดีที่ราคายังขึ้นมาไม่มาก และหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว KTBST คาดว่าดัชนีฯ ในสัปดาห์นี้จะผันผวนในกรอบ 1,550 -1,593 จุด หุ้นที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน เลือกกลุ่มตามที่ตรงกับวัตถุประสงค์ในการลงทุน ADVANC , SCB , WHA , CPF , VNT , INTUCH , SCC , BDMS , DIF , SPALI

นายวิน กล่าวว่า ช่วงต้นสัปดาห์จะรับผลจาก 2 ตัวแปร คือ เรื่องกฎหมาย American Healthcare ยังไม่ผ่านสภาฯ ซึ่งจะกดดันต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯและตลาดอื่นๆ ขณะที่ผลการประชุมกำกับการลดกำลังการผลิตน้ำมัน ของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันออกมาในทางบวกต่อราคาน้ำมันดิบ เราประเมินว่า ปัจจัยต่างประเทศ ยังอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้น ทำให้การขึ้น-ลง ของตลาด จะไปขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงแบบรายวันของตัวแปรเหล่านี้ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังหันเข้าหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นเดียวกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยแม้จะขาดแรงกระตุ้นในเรื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไปบ้างแต่ด้วยราคาหุ้นมีการปรับฐานมาก่อนหน้านี้ และผลการดำเนินงานของหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดก็ยังขยายตัวดี โดย KTBST คาด กำไรตลาดปีนี้ +9% จึงมีแนวโน้มที่ดัชนีฯจะค่อยๆไต่ระดับขึ้นในสัปดาห์นี้ได้

ปัจจัยสำคัญที่น่าติดตามคือเรื่องอังกฤษเริ่มเจรจา BRExit กับอียู (29 มี.ค.) , การประชุม กนง.ของไทย (29 มี.ค.) , ตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ (30 มี.ค.) , ราคาน้ำมันดิบ , ความคืบหน้าในเรื่องกฎหมายด้านสุขภาพของสหรัฐฯ และกฎหมายฉบับอื่นๆ โดยเฉพาะ ที่เกี่ยวกับการลดภาษี และการแสดงความเห็นต่อทิศทางดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Fed ในการกล่าวสุนทรพจน์ตามที่ต่างๆ

ส่วนสัปดาห์ถัดไป (3-7 เม.ย.) เนื่องด้วยตลาดรับรู้ปัจจัยหลายตัวในสัปดาห์ก่อนไปแล้วตลาดจะเริ่มมีความนิ่งมากขึ้น ทิศทางจะเป็น sideway ปริมาณการซื้อขายจะเริ่มเบาบางลงก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวในสัปดาห์ถัดไป โดยมีตัวแปรสำคัญๆ ช่วง 3-7 เม.ย. คือ เรื่องการรายงานตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ (7 เม.ย.)


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ