(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นรีบาวด์กรอบจำกัด หลัง Sentiment จากสถานการณ์นอกปท.ดีขึ้น

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday April 20, 2017 09:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายธีรวุฒิ กานต์นิภากุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะรีบาวด์ขึ้นได้ในกรอบจำกัด เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในแดนบวก เนื่องจากได้ Sentiment จากนอกประเทศที่ดีขึ้น หลังจากที่เรือรบของสหรัฐฯไม่ได้เข้าไปเพิ่มที่บริเวณคาบสมุทรเกาหลีอย่างที่กังวลกัน

ดังนั้น จึงคาดว่าหุ้นในกลุ่มแบงก์ที่โดน take profit ไปก่อนหน้านี้น่าจะรีบาวด์กลับขึ้นมาได้บ้าง และอาจจะมีแรงเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มพลังงานบ้าง เนื่องจากคาดว่าผลประกอบการงวดไตรมาส 1/60 น่าจะออกมาดี จากค่าการกลั่น และสเปรดปิโตรเคมีที่ดีขึ้น แต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักจะไปได้มาก/น้อยแค่ไหน เพราะราคาน้ำมันได้อ่อนตัวลง

พร้อมให้แนวรับ 1,560 จุด ส่วนแนวต้าน 1,575-1,580 จุด

ประเด็นการพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (19 เม.ย.60) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 20,404.49 จุด ร่วงลง 118.79 จุด (-0.58%), ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,863.03 จุด เพิ่มขึ้น 13.56 จุด (+0.23%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,338.17 จุด ลดลง 4.02 จุด (-0.17%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 14.19 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 5.02 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 25.14 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 0.01 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ลดลง 0.21 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 6.36 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 1.05 จุด, ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ลดลง 20.69 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (19 เม.ย.60) 1,567.19 จุด ลดลง 7.23 จุด (-0.46%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 366.61 ล้านบาท เมื่อวันที่ 19 เม.ย.60
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (19 เม.ย.60) ปิดที่ 50.44 ดอลลาร์/บาร์เรล ร่วงลง 1.97 ดอลลาร์ หรือ 3.8%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (19 เม.ย..60) ที่ 6.96 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 34.38 ทิศทางอ่อนค่า จับตางบแบงก์ หลังกังวล NPL สูงขึ้น มองกรอบวันนี้ 34.25-34.40
  • ที่ประชุม กกพ. มีมติปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) สำหรับการเรียกเก็บในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2560 เพิ่มขึ้น 12.52 สตางค์/หน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บสำหรับงวดใหม่อยู่ที่ 3.5079 บาท/หน่วย จากเดิมอยู่ที่ 3.3827 บาท/หน่วย หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.7% ของค่าไฟฟ้า เป็นการปรับครั้งแรกรอบ 2 ปี 7 เดือน
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยรายงานภาพรวมเศรษฐกิจโลกประจำเดือน เม.ย. 2560 โดยปรับขึ้นคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจโลกเป็น 3.5% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 3.4% และคงคาดการณ์เศรษฐกิจของปีหน้าไว้ที่ 3.6% ซึ่งการปรับขึ้นดังกล่าวเป็นการปรับขึ้นในรายงานระยะสั้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี
  • ธปท.ไม่สบายใจที่เอกชนผู้ทำการค้าระหว่างประเทศชะล่าใจไม่ซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน คิดว่า ธปท.ดูแลค่าเงินบาทอยู่ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง
  • รายงานข่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในเดือน มี.ค. 2560 มีผู้ว่างงาน 4.96 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 มีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 9.9 หมื่นคน จาก 3.97 แสนคน เป็น 4.96 แสนคน และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ก.พ. 2560 มีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 6.6 หมื่นคน จาก 4.30 แสนคน เป็น 4.96 แสนคน
  • พาณิชย์ผนึกกำลัง 12 หน่วยงานภาครัฐ เฝ้าระวังนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงกระทำความผิดหลอกลวงประชาชน ร่วมมือตั้งทีมเฉพาะกิจตรวจเข้มเชิงลึกภายในสิ้นเดือนนี้ นำร่องตรวจสอบ 4 ธุรกิจได้แก่ ขายตรง-ท่องเที่ยว-อีคอมเมิร์ซ-อาหารเสริม หวั่นกระทบประชาชนในวงกว้างและทำลายระบบเศรษฐกิจโดยรวม

*หุ้นเด่นวันนี้

  • ESSO (ธนชาต) "ซื้อ" เป้า 15.50 บาท เป็น top picks ของกลุ่มจาก 1) ธุรกิจโรงกลั่นมี efficient ดีขึ้น และได้ประโยชน์จาก crude premium ของน้ำมันเบาที่ลดลงมากที่สุด 2) ธุรกิจปั๊มน้ำมัน ที่มี market share ประมาณ 13% ได้ผลดีจากค่าการตลาดในระดับสูง 3) Valuation ถูกที่สุดในกลุ่มที่ PE 6x ขณะที่คาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานปีนี้จะขยายตัว 60% และ 4) คาดล้างขาดทุนสะสมหมดในปีนี้ ด้วยกระแสเงินสดสูงคาดกลับมาจ่ายปันผล 5% ปีนี้ และ 10.2% ในปี 2561
  • KBANK (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 240 บาท กำไรต่ำกว่าคาดเล็กน้อยเพราะสำรองฯสูงกว่าคาด โดยกำไรในไตรมาสนี้ทรงตัว Q-Q, +5.4% Y-Y แต่กำไรก่อนสำรองแข็งแกร่งกว่าคาด +13.8% Q-Q จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ส่วนสินเชื่อและ NPL ทรงๆ NPL ratio ลดลงเล็กน้อยเป็น 3.31%
  • TCAP (เคทีบีฯ) "ซื้อ"เป้า 53 บาท กำไรสุทธิ 1Q60 ที่ 1,602 ล้านบาท สูงกว่าที่คาดการณ์ พร้อมคาดกำไรสุทธิปี 2560 ที่ 6,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% YoY โดยสินเชื่อปี 2560 คาดขยายตัว 5.3% จากปีก่อนตามการสิ้นสุดนโยบายรถคันแรก และคาด Net Interest Margin เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อ และการควบคุมต้นทุนทางการเงิน
  • TSR (โกลเบล็ก) "ซื้อ"เป้า 7 บาท ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องกรองน้ำ ผ่านการขายแบบผ่อนชำระ และจะเริ่มดำเนินธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล และจำนำทะเบียนรถซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานภายในปี 60 โดยปี 59 มีกำไรที่ 81 ล้านบาทหดตัว 44%YoY จากค่าใช้จ่ายหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปี 58 พร้อมคาดปี 60 รายได้ที่ราว 2 พันล้านบาท +8%YoY ตามการเพิ่มทีมขายอีก 10 ทีมเป็น 170 ทีม และเพิ่มจำนวนพนักงานขายอีก 10% รวมถึงค่าใช้จ่ายหนี้สงสัยจะสูญลดลง ส่งผลให้กำไรกลับมาเติบโต 61%YoY เป็น 130 ล้านบาท

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ