BEAUTY วิ่งกว่า 3% สวนตลาด หลังโชว์งบ Q1/60 ดีกว่าคาด โบรกฯมองกำไรโตแกร่งปี 60-62

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday May 12, 2017 10:39 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

หุ้น BEAUTY ปรับขึ้น 3.03% มาที่ 10.20 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.30 บาท สวนทิศทางตลาดรวมที่ปรับลดลง 0.48% โดยหุ้น BEAUTY มีมูลค่าซื้อขาย 332.42 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.34 น. ราคาหุ้นเปิดตลาดที่ 10.20 บาท ราคาทำระดับสูงสุดที่ 10.40 บาท และทำระดับต่ำสุดที่ 10.10 บาท

บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ที่ 200 ล้านบาท เติบโต 54.5% จากงวดปีก่อน และ 12.3% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าที่คาด 26% และสูงกว่า Bloomberg's consensus 12% จากรายได้ที่ทำได้ดีกว่าคาดและอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่สูงกว่าคาด กำไรเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่สูงขึ้นและรายได้ที่เติบโตถึง 30.1%

อย่างไรก็ตามแม้รายได้จะลดลงเล็กน้อย 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่กำไรกลับเติบโตจากไตรมาสก่อน เป็นผลมาจากอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง ทำให้ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 12.20 บาท บนคาดการณ์การเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง 33% เฉลี่ยในปี 60-62 และระดับ Valuation ที่ค่อนข้างถูกที่ PEG 0.95 เท่า

นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BEAUTY ระบุว่า ไตรมาส 1/60 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 687.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 529.91 ล้านบาท จำนวน 157.62 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 29.7% และกำไรสุทธิ 199.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 129.22 ล้านบาท จำนวน 70.43 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 54.5% และมีอัตราการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิมที่มีอยู่ (SSSG) เป็นบวกถึง 14.38%

ผลประกอบการปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากผลิตภัณฑ์ของทุกแบรนด์ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างมาก ประกอบกับบริษัทได้มีการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศครบทุกช่องทาง พร้อมทั้งมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้ครอบคลุมต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้า จึงส่งผลให้ยอดจำหน่ายปรับตัวเพิ่มขึ้น

ส่วนแนวโน้มตลาดเครื่องสำอางในไตรมาส 2 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ลดลง เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความต้องการซื้อใช้และซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปีนี้ตลาดเครื่องสำอางจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 9% เชื่อว่าทิศทางธุรกิจในไตรมาส 2/60 จะเติบโตในเกณฑ์ที่ดี จากกลยุทธ์ของบริษัทที่จะขยายช่องทางการจำหน่ายทุกรูปแบบ

บริษัทมีแผนการขยายสาขาในประเทศ คือ BEAUTY BUFFET 30 สาขา, BEAUTY COTTAGE 15 สาขา, BEAUTY MARKET 5 สาขา จากปัจจุบันมีรวมกัน 332 สาขา ขณะที่ช่องทางจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด มีสินค้าวางจำหน่ายผ่าน KING POWER จำนวน 7 สาขา จากสาขาของ KING POWER 9 สาขา และวางจำหน่ายร้านสะดวกซื้อ เซเว่น-อีเลฟเว่น (7-11) จำนวน 1,100 สาขา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก

ตลาดต่างประเทศปีนี้มีแผนขยายสาขา Independent shop จำนวน 22 สาขา ในกลุ่มประเทศ CLMV 14 สาขา ประกอบด้วย กัมพูชา 2 สาขา ลาว 1 สาขา พม่า 1 สาขา เวียดนาม 10 สาขา และในฟิลิปปินส์ 8 สาขา ล่าสุดได้เปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้าอายาลา มอลล์ เดอะ เธอร์ตี้ท์ กรุงมะนิลาเมื่อเดือน เม.ย.60 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สิ้นปี 60 จะมี Independent Shop รวม 62 สาขา ขณะที่รูปแบบ Shop in Shop ได้เซ็นสัญญาตัวแทนจำหน่ายใน 3 ประเทศรวม 138 สาขา คือ อินโดนีเซีย 19 สาขา ฮ่องกง 100 สาขา ไต้หวัน 19 สาขา

นอกจากนี้ บริษัทจะรุกตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ และอี-คอมเมิร์ซ beautyplazaonline.com อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคมีการใช้สื่อในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ช่องทางดังกล่าวจึงเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม โดยตั้งเป้าหมายสร้างการเติบโตของรายได้ในส่วนนี้อยู่ที่ 60% คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 4 % จากสัดส่วนรายได้รวมทั้งหมด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ