(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ทรงตัว เล็งเผชิญงบฯกลุ่มพลังงานอ่อนแอ,จับตาการประชุม BoE วันนี้

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday August 3, 2017 09:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งในลักษณะทรงตัว แม้ว่าปัจจัยในสหรัฐฯจะดีในช่วงนี้จากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯที่ออกมาดี แต่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯก็ยังไม่ได้ดีมาก ทำให้เงินเฟ้ออาจจะไม่ปรับตัวขึ้นเร็ว ทำให้ยังไม่กระทบต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดังนั้นจึงเห็นตลาดหุ้นสหรัฐฯ Outperform กว่าตลาดอื่น

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่จะติดลบ ภายหลังจากที่เงินเยนในวันนี้ดูจะแข็งค่าขึ้น พร้อมให้ติดตามการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในวันนี้ (3 ส.ค.) โดยตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งก็จะเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี

ส่วนตลาดบ้านเราอาจต้องเผชิญกับผลประกอบการไตรมาส 2/60 ของกลุ่มพลังงานที่คาดว่าจะออกมาอ่อนแอ โดยให้กรอบการแกว่งตัวของดัชนีไว้ที่ 1,575-1,587 จุด

ประเด็นการพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (2 ส.ค.60) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,016.24 จุด เพิ่มขึ้น 52.32 จุด (+0.24%), ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 6,362.65 จุด ลดลง 0.29 จุด (-0.00%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,477.57 จุด เพิ่มขึ้น 1.22 จุด (+0.05%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 14.04 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ลดลง 4.42 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 55.17 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 13.13 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 73.87 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเพิ่มขึ้น 0.20 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 5.07 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (2 ส.ค.60) 1,580.54 จุด เพิ่มขึ้น 4.09 จุด (+0.26%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,247.11 ล้านบาท เมื่อวันที่ 2 ส.ค.60
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (2 ส.ค.60) ปิดที่ 49.59 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 43 เซนต์ หรือ 0.9%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (2 ส.ค.60) ที่ 7.81 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 33.28 ทรงตัวจากวานนี้ ยังไร้ปัจจัยใหม่ มองกรอบเคลื่อนไหววันนี้ 33.25-33.35
  • ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) ในฐานะประธานวิจัยคณะวิจัยเศรษฐกิจ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (เจซีซี) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจแนวโน้มเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทยช่วงครึ่งหลังของปี 2560 บริษัทสมาชิกหอการค้าญี่ปุ่นต่างระบุว่า ดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ระดับ 26 ถือว่าสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา
  • ที่ประชุม กบง.เห็นชอบให้ราคาอ้างอิงของราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เดือน ส.ค. 2560 ในระดับเดิมที่ 20.49 บาท/กิโลกรัม (กก.) แม้ราคาตลาดโลกจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 85 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน โดยใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปชดเชย 2.63 บาท/กก. จากเดิมที่ชดเชยอยู่ที่ 12 สต./กก. ส่งผลให้มีการชดเชยที่ 2.75 บาท/กก. ทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีรายจ่ายสุทธิที่ 511 ล้านบาท/เดือน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่มีรายจ่ายสุทธิ 40 ล้านบาท/เดือน ขณะที่บัญชีกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 3 ก.ค. 2560 อยู่ที่ 3.94 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีแอลพีจี 6.37 พันล้านบาท และบัญชีน้ำมันสำเร็จรูป 3.3 หมื่นล้านบาท
  • กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างเจรจาขอซื้อไฟฟ้าจากประเทศกัมพูชาใน 2 แหล่ง ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำสตึงมนัม 30 เมกะวัตต์ คิดเป็น 0.1% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ อัตราค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 10 บาท/หน่วย ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูง แต่ไทยจะได้ทั้งไฟฟ้าและน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ขณะเดียวกันยังมีการเจรจาซื้อไฟจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเกาะกงด้วย ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดว่ามีความจำเป็นจะนำมาใช้ประโยชน์ในลักษณะใดคาดจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนออกมาภายในปลายปีนี้
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินผลกระทบน้ำท่วมอีสานส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสูญเสียกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 0.1% ของจีดีพี ภาคเกษตรหนักสุด 1.2 หมื่นล้านบาท ระบุแม้กระทบต่อจีดีพีไม่มาก แต่ต้องติดตามสภาวะแวดล้อมในช่วงที่เหลือของปีอย่างต่อเนื่อง และยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่ 3.4% ด้านแบงก์ออกมาตรการช่วยเหลือต่อเนื่อง
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดุลบัญชีทุนเคลื่อนย้าย ล่าสุดในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ หรือ ต้นปีถึงปัจจุบันว่า เงินทุนไหลออกสุทธิ 1.37 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.5 แสนล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยน ณ 33.30 บาท/ดอลลาร์ แบ่งเป็นไตรมาสแรกไหลออกสุทธิ 6,785 ล้านดอลลาร์ และไตรมาส 2 ไหลออกสุทธิ 6,893 ล้านดอลลาร์ ซึ่งล่าสุดเฉพาะเดือน มิ.ย. ไหลออกสุทธิ 3,339 ล้านดอลลาร์

*หุ้นเด่นวันนี้

  • SC (ไอร่า) "ซื้อ"เป้า 3.50 บาท มียอดขาย 2Q60 ที่ 4,073 ล้านบาท (+19%QoQ และ +59%YoY) คิดเป็น 47% ของเป้าทั้งปี โดยคาดยอดขายในช่วงที่เหลือของปีมีโอกาสถึงเป้าได้ไม่ยากจากการเปิดโครงการแนวราบเชิงรุก 11 โครงการ และการเปิดขาย เฟส 2 ของโครงการ 28 Chidlom ใน 2H60 พร้อมคาดกำไรสุทธิ 2Q60 อ่อนตัว 69%YoY จากฐานที่สูง แต่คาดเติบโตได้ 270%QoQ จากการส่งมอบโครงการคอนโดใหม่ และแนวโน้มยอดโอนโครงการแนวราบที่ปรับเพิ่มขึ้น ทั้งนี้คาดกำไร 1H60 คิดเป็นเพียง 21% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 60 หลังยอดโอนโครงการแนวราบยังทำได้ช้ากว่าคาดมาก ทำให้ตัดสินใจปรับลดประมาณการทั้งปี 60 ลง 12% เป็น 1,673 ล้านบาท (-15%) แต่คาดจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งในปี 61
  • SWC (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 14.70 บาท คาดกำไร 2Q60 ที่ 50 ล้านบาท +11% Q-Q, +34% Y-Y จาก High Season ซึ่งปีนี้ได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากฤดูฝนที่มาเร็ว และต้นทุนที่ลดลงจากทั้งการอ่อนตัวของราคาน้ำมันดิบและเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ส่วนการทำเทนเดอร์ของกลุ่ม TOA โดยมองบวกจาก Synergy ในการเพิ่มช่องทางจำหน่าย และยังไม่น่าทำให้ SWC ต้องออกจากตลาด เพราะมีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ต้องการขายทันทีเพียง 28.93% รวมกับของ TOA เดิมแล้วจะเป็น 64.93% อีกทั้งราคาในกระดานก็ใกล้ราคาเสนอซื้อที่ 13.25 บาท
  • IRPC (เมย์แบงก์ กิมเอ็ง) "เก็งกำไร"เป้า 6 บาท จะประกาศงบ 2Q60 ในวันนี้ คาดกำไรจากการดำเนินงานที่ 2,006 ล้านบาท (+113%QoQ) เป็นผลมาจากการกลับมาเดินเครื่องเต็มที่หลังหยุดซ่อมบำรุงโดยปริมาณน้ำมันดิบเข้ากลั่นเพิ่ม 66.8% QoQ เป็น 194 KBD แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะเด่นต่อ จากเปิดดำเนินงานของโครงการ PP ส่วนต่อขยาย และการปรับปรุง UHV รวมถึงคาดว่าผลิตภัณฑ์หลักของ IRPC คือ สไตรีนิค และ PP (70%) จะแข็งแกร่งกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ