บริษัทในกลุ่ม ANAN คาดรายได้ค่านายหน้าซื้อขายอสังหาฯปีนี้โต 10-15% ลูกค้าต่างชาติเพิ่ม

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday August 7, 2017 17:38 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอัณณพ วงศ์ชุมพิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้บริหารสูงสุด บริษัท ดิ เอเจ้นท์ (พร็อพเพอร์ตี้ เอ็กซ์เพิร์ท) จำกัด บริษัทนายหน้าซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ ในเครือบมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปี 60 อยู่ที่ 217 ล้านบาท หรือเติบโต 10-15% จากปีก่อน โดยมีมูลค่าการขายในปี 60 อยู่ที่ 9 พันล้านบาท โดยแบ่งเป็นยอดขายจากลูกค้าในประเทศ 4.8 พันล้านบาท และลูกค้าต่างชาติ 4.2 พันล้านบาท

ทั้งนี้ แนวโน้มการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นชาวต่างชาติแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นจากปีก่อนที่ขายได้ 4 พันล้านบาท เนื่องจากลูกค้าชาวต่างชาติมีความสนใจมาซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยมากขึ้น เพราะราคาขายยังยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค และการลงทุนอสังหาร์มทรัพย์ในประเทศไทยถือว่าให้อัตราผลตอบแทนที่ดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ รวมถึงการที่ชาวต่างชาติมองประเทศไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัยในการนำเงินมาพัก (safe heaven)

ลูกค้าจากต่างชาติส่วนใหญ่ที่มาซื้อโครงการที่บริษัทนำมาขายเป็นกลุ่มลูกค้าใน 6 ประเทศ ได้แก่ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ไนประเทศไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า ซึ่งกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติยังเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อที่สูง ที่มืความต้องการกระจายการลงทุนในประเทศต่างๆ และปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียที่ได้รีบความสนใจ ทำให้แนวโน้มการเติบโตของยอดขายที่มาจากลูกค้าชาวต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทำให้บริษัทหันมาเน้นการเพิ่มยอดขายของลูกค้าต่างชาติเข้ามาทดแทน พร้อมกับการร่วมมือกับเบิร์กเลย์ กรุ๊ป ผู้พัฒนาอสังหาริทรัพย์ชั้นนำของประเทศอังกฤษ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่สนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะลูกค้าชาวไทยกลุ่ม High Net worth individual

โดยได้มีการนำโครงการคอนโดมีเนียมในประเทศอังกฤษ มาเพิ่มช่องทางการลงทุนให้กับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ชาวไทย โดยที่เบิร์กลีย์ กรุ๊ป จะเข้ามาเปิดสาขาแรกในไทย ซึ่งบริษัทได้เป็นตัวแทนขายในไทยเป็นรายแรก เบื้องต้นจะนำมาจำนวน 2 โครงการของเบิร์กลีย์ กรุ๊ป ในลอนดอน คือ โครงการ Waterfront และ โครงการ Pavillion เข้ามาขายจำนวน 5 ยูนิต มูลค่า 100 ล้านบาท โดยมีราคาคอนโดมีเนียม 1 ห้องนอน พื้นที่ 45-55 ตารางเมตร อยู่ที่ 11 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่ต่ำกว่าคอนโดมีเนียมใจกลางเมืองในไทย

ส่วนการซื้อของลูกค้าชาวไทยนั้นจะต้องใช้เงินสดเพื่อซื้อในสัดส่วน 50% และสามารถใช้เงินกู้ได้ 50% ซึ่งปัจจุบันมีธนาคารพาณิชย์ในประเทศที่รองรับการให้บริการสินเชื่อเพื่อการางทฺนอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศของลูกค้าชาวไทย คือ ธนาคารยูโอบี

"การลงทุนอสังหาฯในต่างประเทศที่คนไทยสนใจส่วนใหญ่จะอยู่ในฮ่องกง สิงคโปร์ อังกฤษ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันการลงทุนอสังหาฯมีความน่าสนใจมากขึ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของไทยอยู่ในระดับต่ำ และตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง ทำให้การลงทุนอสังหาฯในต่างประเทศเป็นตัวเลือกในการลงทุนที่ช่วยลดความเสี่ยงในด้านความผันผวน"นายอัณณพ กล่าว

ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมามีรายได้อยู่ที่ 110 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการขายอสังหาริมารัพย์อยู่ที่ 6 - 7 พันล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มูลค่าการขายที่เกิดขึ้นมาจากยอดขายของลูกค้าต่างชาติสูงถึง 4 พันล้านบาท และส่วนที่เหลือเป็นยอดขายจากลูกค้าในประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถ็งแนวโน้มการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยขอลูกค้าชาวต่างชาติยังเพิ่มขึ้น ขณะที่แนวโน้มการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของลูกค้าในประเทศชะลอตัวลงจากปัจจัยด้านภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวดีเข้ามากดดัน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ