BBL เล็งขยายฐานลูกค้าบัตรเครดิตตั้งเป้าปี 61 โต 10% เชื่อศก.ฟื้นดันยอดใช้จ่ายบัตรพุ่ง 15%

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday November 27, 2017 15:53 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ตั้งเป้าติดตั้งเครื่องรับชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) ที่สามารถชำระเงินผ่านการสแกน QR CODE สำหรับธุรกิจร้านค้าขนาดใหญ่ เพิ่มอีก 100,000 เครื่อง ภายใน 1 ปีนับจากนี้ ผ่านร้านค้าของพันธมิตร 4 ราย คือ โฮมโปร, แมคโดนัลด์, แฟมิลี่มาร์ท และอินเด็กซ์ ลีฟวิ่งมอลล์ พร้อมกับปรับปรุงโปรแกรมในเครื่อง EDC เก่าให้สามารถสแกน QR CODE ได้จำนวน 35,000 เครื่อง จากปัจจุบันที่ธนาคารกรุงเทพมีเครื่อง EDC รวมอยู่มากกว่า 100,000 เครื่อง เพื่อรองรับการให้บริการชำระเงินผ่าน QR CODE ได้กว้างขวางขึ้น ซึ่งบริการดังกล่าว ธนาคารได้ทยอยเปิดให้บริการแล้วในปัจจุบันผ่านร้านค้าของพันธมิตรทั้ง 4 ราย

โดยบริการนี้จะเข้ามาช่วยเพิ่มช่องทางชำระเงิน ซึ่งระบบสามารถสร้าง QR Code แบบเฉพาะเจาะจงให้กับลูกค้าแต่ละรายพร้อมกับกำหนดยอดเงินค่าสินค้าหรือบริการที่ต้องชำระไว้ใน QR Code ได้อีกด้วย ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลากรอกยอดเงิน เพียงแค่สแกน ตรวจสอบยอดเงิน และทำรายการยืนยันเพื่อชำระเงินได้ทันที อีกทั้งยังปลอดภัยเพราะ QR Code ที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานสำหรับทำธุรกรรมเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ส่วนในด้านของผู้ประกอบธุรกิจนั้น บริการนี้จะช่วยลดขั้นตอนการจัดการเงินสด เพราะรายได้จะถูกบันทึกในบัญชีของธุรกิจโดยอัตโนม้ติ เมื่อสิ้นวันก็สามารถเรียกรายงานการสรุปยอดขายได้ทันทีผ่านระบบของธนาคารกรุงเทพ ขณะเดียวกัน เจ้าของธุรกิจสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมรับชำระเงินค่าสินค้า

"บริการ QR Code Payment on EDC นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการชำระเงินให้แก่ลูกค้าแทนการใช้เงินสด ทั้งยังช่วยลดภาระในการบริหารจัดการเงินสด ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพและยอดขายให้แก่ธุรกิจ ขณะเดียวกัน ยังสอดรับกับนโยบายรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยที่มุ่งส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่การเป็นสังคมไร้เงินสด อันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 อีกทั้งการชำระเงินผ่านการสแกน QR CODE มีค่าธรรมเนียม 0.25% ที่ถูกกว่าการชำระเงินผ่านบัตรเดบิตซึ่งมีค่าธรรมเนียมที่ 0.55% ทำให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนลงได้"นายโชค กล่าว

ขณะเดียวกันธนาคารได้เตรียมนำระบบการชำระเงินผ่านการสแกน QR CODE ของบัตรเครดิตและบัตรเดบิต เข้าทดสอบใน Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายในช่วงปี 61 ซึ่งจะเป็นบริการเสริมที่ต่อยอดการบริการของธนาคารให้กับลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น ส่วนในแง่ของค่าธรรมเนียมจะต้องมีการเจรจากับแบรนด์พันธมิตรที่ให้บริการ ซึ่งคาดว่าอัตราค่าธรรมเนียมการชำระเงินผ่านการสแกน QR CODE ของบัตรเครดิตและบัตรเดบิตจะต่ำกว่าการชำระเงินในปัจจุบันที่ 0.55% โดยปัจจุบันธนาคารมีจำนวนลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตรวมทั้งสิ้น 2.2 ล้านใบ และบัตรเดบิต 16.5 ล้านใบ ซึ่งเป็นบัตรที่บริการโดย TNP จำนวน 4.5 ล้านใบ

ด้านแผนงานของธุรกิจบัตรเครดิตในปี 61 ธนาคารฯ ตั้งเป้าขยายจำนวนลูกค้าผู้ถือบัตรเพิ่มเป็น 2.5 ล้านใบ หรือเติบโตราว 10% จากปีนี้ โดยจะเน้นการขยายฐานในกลุ่มพนักงานประจำมากขึ้น จากปัจจุบันลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคารเป็นลูกค้าระดับบนที่มีรายได้เฉลี่ยมากกว่า 30,000 บาท/เดือนขึ้นไป ขณะที่ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในปี 61 ตั้งเป้าเติบโตขึ้น 15% จากปีนี้ที่เติบโต 8.5-9% ซึ่งการเติบโตของยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรที่มากขึ้นมาจากการขยายฐานลูกค้า และภาวะเศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น ส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยที่คาดว่าจะกลับมาคึกคักมากขึ้นในปี 61

สำหรับสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปี 61 คาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากปีนี้ที่ 1.85% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นตามการขยายฐานลูกค้าผู้ถือบัตรของธนาคาร โดยกลุ่มลูกค้าที่ธนาคารให้ความระมัดระวังในการใช้จ่ายเป็นกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เนื่องจากมีรายได้ที่ไม่แน่นอนและมีผลกระทบในเรื่องของภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีการฟื้นตัวช้ากว่าธุรกิจขนาดใหญ่


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ