แหล่งข่าวเผย"เอเชีย ไบโอแมส"เล็งเข้าตลาด mai ในเดือนก.พ. ระดมทุนรองรับขยายงาน

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday January 25, 2018 15:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

แหล่งข่าวจาก บมจ.เอเชีย ไบโอแมส (ABM) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) พร้อมนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ได้ภายในเดือน ก.พ. หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เริ่มนับหนึ่งไฟลิ่งของบริษัทเมื่อปลายเดือนธ.ค.60 โดยบริษัทเตรียมนำเงินที่ได้จากการระดมทุนใช้รองรับการขยายงาน รวมถึงเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

"น่าจะเข้าตลาดหุ้นได้เดือนหน้า คงระดมทุนไม่มาก"แหล่งข่าว กล่าว

ABM ผู้ประกอบธุรกิจจัดหาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวมวล ให้กับผู้ที่มีความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวมวล ทั้งผู้ที่มีความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลเป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต ได้แก่ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม และกลุ่มโรงไฟฟ้า และผู้ที่นำเชื้อเพลิงชีวมวลไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น ๆ เช่น กลุ่มผู้แปรรูปชีวมวล กลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ไม้ และกลุ่มที่นำเชื้อเพลิงชีวมวลไปจัดจำหน่ายต่อ เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทจัดหาและจัดจำหน่ายสามารถแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลักดังนี้กลุ่มที่ 1 กะลาปาล์ม (Palm Kernel Shell) กลุ่มที่ 2 ไม้สับและส่วนอื่นๆของไม้ (Woodchip and Others)กลุ่มที่ 3 ขี้กบ ขี้เลื่อย และฝุ่นไม้ (Wood Shavings, Sawdust, Wood Dust)กลุ่มที่ 4 ชีวมวลอัดแท่ง (Biomass Pellet)และกลุ่มที่ 5 สินค้าอื่น

ปัจจุบัน ABM มีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 150 ล้านบาท เรียกชำระแล้ว 112.50 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 225 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 0.50 บาท ขณะที่ ABM จะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 75 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออก และเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท โดยมีบริษัท เซจแคปปิตอล จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมีบล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น

ทั้งนี้ หลังการเข้าระดมทุนใน mai แล้ว บริษัทมีแผนลงทุนในการขยายพื้นที่เก็บรวบรวมกะลาปาล์มเพิ่มเติมในประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย และร่วมลงทุนกับ บมจ.แฟนซีวู๊ด อินดัสตรีส (FANCY) เพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตชีวมวลอัดแท่งบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย รวมถึงลงทุนจัดตั้งโรงงานผลิตไม้สับ และโรงงานผลิตชีวมวลอัดแท่งที่ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท คือ ครอบครัวควรสถาพร ถือหุ้น 87.694% หลังเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 65.770% รองลงมาคือ นายอภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร ถือหุ้น 6.667% หลังเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 5%


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ