การบินไทย เผยไตรมาส 2/69 กำไรสุทธิลดฮวบ 87% รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันพุ่งกว่าเท่าตัว แม้ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันแต่ไม่สามารถชดเชยได้หมดทำให้แบกรับภาระต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมาก Cabin Factor หดตัวมาที่ 71.5% จำนวนผู้โดยสารลดลง โดยบริษัทปรับลดเที่ยวบินลง 1% ส่งผลให้ครึ่งปีแรกกำไรสุทธิลดลง 47% ขณะเดียวกันรับเครื่องบินลำตัวกว้าง 4 ลำ เครื่องบินลำตัวแคบ 5 ลำ รองรับการขยายเครือข่ายการบิน พร้อมตั้งการ์ดสูงตุนเงินสดสิ้นมิ.ย.69 สูงถึง 1.2 แสนล้านบาท และในช่วงครึ่งปีหลัง เร่งปรับแผนเน้นบริหารจัดการต้นทุนและการรักษาสภาพคล่อง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน
บมจ. การบินไทย [THAI] ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของปี 2569 มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 48,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3,793 ล้านบาท หรือ 8.5% จากรายได้ผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันและค่าเบี้ยประกันภัยไม่รวมค่าน้ำหนักส่วนเกิน) ที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.3% ตามที่บริษัทฯ ได้ทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันให้สอดคล้องกับแนวโน้มราคาน้ำมันอากาศยาน และภาวะการแข่งขัน
บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 44,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 29.7% จากราคาน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 104.6% ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 3,691 ล้านบาท และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) (EBIT Margin) อยู่ที่ 17.5% สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการเพื่อให้ผลการดำเนินงานและสภาพคล่องของบริษัทฯ อยู่ในระดับที่เหมาะสม
บริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงิน จำนวน 3,165 ล้านบาท และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 335 ล้านบาท ส่งผลให้ไตรมาส 2 ของปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,528 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนมีกำไรสุทธิ 12,124 ล้านบาท ลดลง 87.4% และมี EBITDA 8,182 ล้านบาทลดลง39% จากปีก่อนที่มี 13,408 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันเครื่องบิน ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดังกล่าว ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 322,085 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 18,026 ล้านบาท หรือ 5.9% มีหนี้สินรวมจำนวน 240,252 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 12,105 ล้านบาท หรือ 5.3% มีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 81,833 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 5,921 ล้านบาท หรือ 7.8%
บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 รวมทั้งสิ้นจำนวน 123,757 ล้านบาท
ด้านการปฏิบัติการ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีเครื่องบินที่ใช้ดำเนินงานจำนวน 84 ลำ มีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบินเฉลี่ย 12.9 ชั่วโมงต่อลำต่อวัน จำนวนผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 3.66 ล้านคนลดลง 7.8% มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) 16,778 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.4% จากการรปรับลดเที่ยวบิน 1% จากกสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการเดินทางของผู้โดยสาร โดยมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) 11,993 ล้านคน-กิโลเมตร ลดลง 11.3% ส่งผลให้อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยอยู่ที่ 71.5% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 77.0%
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 99,650 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3,198 ล้านบาท หรือ 3.3% มีค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 82,213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯ มีกําไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 17,437 ล้านบาท และมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 6,152 ล้านบาท บริษัทฯ มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 1,424 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากกำไรจากการยกเลิกและเปลี่ยนแปลงสัญญาเช่าเครื่องบิน ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 จำนวน 11,645 ล้านบาท ลดลง 47.1% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ีกำไรสุทธิ 21,956 ล้้านบาท
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทฯ ทำการรับมอบเครื่องบินลำตัวแคบแบบ Airbus A321neo จำนวน 5 ลำ และรับมอบอากาศยานลำตัวกว้างแบบ Boeing 787-8 จำนวน 3 ลำ และแบบ Boeing 787-9 จำนวน 1 ลำ เพื่อเสริมศักยภาพฝูงบินและรองรับการขยายเส้นทางการบินในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และปรับแผนดำเนินงานโดยมุ่งเน้นวินัยในการบริหารจัดการต้นทุนและการรักษาสภาพคล่อง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569