(เพิ่มเติม) JMART คาดเปิดบริการระบบ JFin DDLP ภายในปี 62 หลังระดมทุนได้เงิน 660 ลบ.หนุนสินเชื่อในกลุ่ม

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday March 27, 2018 14:56 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.เจมาร์ท (JMART) เตรียมพัฒนา JFin Decentralized Digital Lending Platform (JFin DDLP) ระบบสินเชื่อแบบดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลาง เพื่อประเดิมใช้งานในกลุ่มเจมาร์ทภายในปี 62 หลังจาก บริษัท เจ เวนเจอร์ส (JVC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยประสบความสำเร็จในการระดมทุนด้วยการเสนอขาย Initial Coin Offering (ICO) เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาผ่านการเปิด Pre-Sale ขาย JFin Coin 100 ล้านโทเคน ที่ราคาขาย 6.60 บาทต่อโทเคน

นายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JVC เปิดเผยว่า การพัฒนระบบ DDLP คือ ระบบการกู้ยืมเงินแบบดิจิทัลบนเทคโนโลยี Blockchain ที่มีความปลอดภัยสูง รองรับกระบวนการแบบครบวงจร ตั้งแต่การระบุตัวตน (KYC) กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ การประเมินเครดิต การอนุมัติสินเชื่อ และการติดตามหนี้สิน เพื่อสนับสนุนและพัฒนาการบริการด้านสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงรองรับระบบ P2P Lending ระบบตลาดสินเชื่อออนไลน์ที่เชื่อมต่อให้ผู้กู้ที่มีศักยภาพสามารถกู้เงินได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านธนาคารหรือสถาบันการเงิน

จุดแข็งของ JFin DDLP เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นจากการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ ทำให้สามารถสร้างระบบการเงินที่ยั่งยืน ขยายตลาด และเข้าถึงประชากรได้อีกจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารหรือการให้บริการทางการเงิน โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการจับกลุ่มลูกค้าที่มีเครดิตดี วิเคราะห์จากฐานข้อมูลลูกค้าของกลุ่มเจมาร์ทที่มีรวมกันมากกว่า 3 ล้านราย โดยเฉพาะบริษัทในเครือ ได้แก่ บมจ.เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ผู้นำในธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ และรับจ้างติดตามหนี้สิน เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้มีฐานข้อมูลและสามารถรับความเสี่ยงได้มากขึ้น

พร้อมทั้งเสริมทัพด้วยการจับมือพันธมิตรและกลุ่มผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ สนับสนุนข้อมูลให้แก่บริษัทฯ ให้มี Big Data ที่สามารถสร้าง Credit scoring หรือการประเมินการขอสินเชื่อบุคคลโดยอัตโนมัติผ่านเทคนิคการให้คะแนนเครดิตผ่านข้อมูลต่างๆ ที่ระบุไว้ เพื่อให้สามารถคัดเลือกลูกค้าที่มีเครดิตดีได้อย่างแม่นยำมากขึ้น นับเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในโลกการเงินอย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลดีต่อ JVC ในฐานะผู้นำในธุรกิจพัฒนาซอฟท์แวร์ และแอพพลิเคชั่นทางด้านฟินเทคให้ได้รับการตอบรับมากขึ้นในอนาคต

นายกิตติพัฒน์ ชลวุฒิ รองประธานเจ้าน้าที่บริหาร JMART กล่าวว่า ระบบ DDLP ที่จะเข้ามาสนับสนุนธุรกิจสินเชื่อที่จะเริ่มใช้ในปี 62 ซึ่งจะทำให้ JFintech ซึ่งดำเนินธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล สามารถปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากระบบ DDLP จะเข้ามาช่วยในด้านการพิจารณาสินเชื่อได้รวดเร็วมากขึ้น และมีการตรวจสอบที่แม่นยำมากขึ้นก โดยการใช้ DDLP จะทำให้การพิจารณาสินเชื่อได้เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 คน/วัน จากปัจจุบันที่พิจารณาโดยพนักงานอยู่ที่ 5,000 คน/วัน ซึ่งทำให้บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อได้รวดเร็วและมากขึ้น

ประกอบกับการใช้ระบบ DDLP ทำให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค่าไปสู่กลุ่มลูกค้าที่ไม่ทีสลิปเงินเดือน ทำให้บริษัทมีฐานลูกค่าเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าพอร์ตสินเชื่อของ JFintech จะแตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันกว่า 3 พันล้านบาท นอกจากนี้ระบบ DDLP ยังช่วยให้สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลงเป็น 1% ในปี 62 จากสิ้นปี 60 ที่ 6% และปีนี้ตั้งเป้าลด NPL มาอยู่ที่ 3%

ขณะที่นายธนวัฒน์ เปิดเผยอีกว่า การเริ่มการซื้อขาย JFin Coin ในตลาดรองจะต้องมีการเลื่อนการซื้อขายออกไปเป็น 2 พ.ค. 61 จากกำหนดเดิมวันที่ 2 เม.ย.61 เนื่องจากยังไม่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับทรัพย์สินดิจิทัล ทำให้บริษัทต้องเลื่อนการซื้อขายออกไปเพื่อรอความชัดเจนของกฏระเบียบก่อน เพื่อทำให้การซื้อขาย JFin Coin สามารถทำได้อย่างราบรื่น และเป็นไปตามกฏระเบียบ

โดยในวันที่ 2 เม.ย. 61 บริษัทจะมีการจัดสรร JFin Coin เข้าไปใน TDAX ซึ่งเป็นตลาดรองที่บริษัทจะทำการซื้อขายในช่วงแรก เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการซื้อขายในลำดับต่อไป ซึ่งในอนาคต JFin Coin ยังสามารถเข้าไปเทรดไปในตลาดรองอื่นๆในประเทศ ประกอบกับบริษัทมีแผนการเดินทางไปโรดโชว์ JFin Coin ไปให้ข้อมูลกับนักลงทุนต่างชาติ โดยเน้นไปที่โซนเอเชียก่อน เช่น สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อทำให้ JFin Coin เป็นที่รู้จักของนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น และทำให้ JFin Coin มีเสถียรภาพมากขึ้น

"ตอนนี้เราก็รอ พ.ร.ก.กำกับดูแลออกมาใหมเรียบร้อยก่อน ทำให้เราต้องเลื่อนการเทรด JFin Coin ใน TDAX ออกไปเป็น 2 พ.ค. จากเดิมที่ 2 เม.ย. เพื่อทำให้การซื้อขายเหรียญสามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฏระเบียบ และนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ส่วนการทำหน้าที่ในส่วนของ Coin Distribution ในวันที่ 2 เม.ย.นี้เราก็จะนำ JFin Coin เข้าไปเตรียมไว้ไน TDAX ก่อน"นายธนวัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก (IPO) และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯในช่วงปี 63-64 เพื่อระดมทุนมาเสริมศักยภาพการพัฒนาระบบและเทคโนโลยีต่างๆ โดยในช่วงปีดังกล่าวน่าจะเป็นช่วงที่บริษัทมีความพร้อมในแง่ของผลการดำเนินงาน การพัฒนาระบบต่างๆ

ส่วนโทเคน JFin Coin ที่ยังมีเหลืออีก 200 โทเคน บริษัทยังไม่มีแผนการนำออกมาเสนอขายที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้เงินในการลงทุนในแต่ละช่วงเวลา

นายธนวัฒน์ กล่าวถึงมุมมองการจัดเก็บภาษีการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล 15% มองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะที่ผ่านมาส่วนต่างกำไรของสกุลเงินดิจิทัลก็มากกว่าอัตราภาษีที่จัดเก็บ 15% แต่ก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนแต่ละรายมองแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับส่วนต่างกำไรของสกุลเงินดิจิทัลที่นักลงทุนแต่ละรายถืออยู่ แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องมีกฏเกณฑ์ต่างๆในการซื้อขายจะต้องออกมาอย่างชัดเจนก่อน

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JMART กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทในครึ่งปีแรกของปี 61 จะลดลงเมื่อเทียบกับครึ่งปืแรกของปี 60 ซึ่งรับผลกระทบจากแนวโน้มของผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/61 ที่จะลดลงจากการตั้งสำรองฯที่เพิ่มขึ้นตามมาตรฐานบัญชี IFRS9 ที่กดดันผลการดำเนินต่แนวน้อมผลการดำเนินงานตั้งแต่ไตรมาส 2/61 จะค่อยๆเห็นการฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่ไม่มีแรงกดดันจากการตั้งสำรองฯเข้ามา และแนวโน้มยอดขายที่ฟื้นตัวขึ้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ