(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีฯเช้านี้แกว่ง Sideway Down ไร้ปัจจัยใหม่หนุน ,กังวลการค้าสหรัฐฯ-จีน

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday May 4, 2018 09:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งตัว Sideway Down เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน วันนี้เป็นวันที่สองซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่ปรับตัวลง

สำหรับตลาดหุ้นไทยวันนี้จะมีหุ้นที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ราว 30 ตัว ซึ่งกดดันดัชนีไปแล้วถึง 1.5 จุด ประกอบกับเงินทุนต่างชาติยังคงมีทิศทางไหลออกต่อเนื่อง จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ของสหรัฐฯปรับตัวสูงขึ้น และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้น อย่างไรก็ดี แนะนำให้เข้าเก็งกำไรระยะสั้นอิงตามงบการเงินไตรมาส 1/61

"ช่วงนี้ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากเงินทุนต่างชาติไหลออก และสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯยังอยู่ ประกอบกับวันนี้จะมีหุ้นขึ้นเครื่องหมาย XD อยู่ราว 30 ตัว ซึ่งจะเป็นผลกระทบต่อดัชนี 1.5 จุด แต่อย่างไรก็ตามมองว่าการปรับลงจะไม่มากนัก เพราะงบหลายบริษัทที่ออกมาดีกว่าตลาดคาด"นายอภิชาติ กล่าว

พร้อมให้แนวรับ 1,785 จุด หากหลุดแนวรับดังกล่าวให้มองที่ 1,778-1,780 จุด ส่วนแนวต้าน 1,795 จุด หากผ่านไปได้ให้ดูที่ระดับ 1,800-1,805 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (3 พ.ค.61) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,930.15 จุด เพิ่มขึ้น 5.17 จุด (+0.02%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,629.73 จุด ลดลง 5.94 จุด (-0.23%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,088.15 จุด ลดลง 12.75 จุด (-0.18%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 7.74 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 3.61 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 2.27 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ลดลง 0.78 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 1.14 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 0.56 จุด

ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดทำการวันนี้เนื่องในวันสีเขียว

  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (3 พ.ค.61) 1,790.80 จุด ลดลง 0.33 จุด (-0.02%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,036.54 ล้านบาท เมื่อวันที่ 3 พ.ค.61
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (3 พ.ค.61) ปิดที่ระดับ 68.43 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 50 เซนต์ หรือ 0.7%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (3 พ.ค.61) ที่ 6.32 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 31.62 แข็งค่าตามทิศทางภูมิภาค หลังนักลงทุนขายดอลล์ทำกำไร มองกรอบวันนี้ 31.55-31.70
  • เจบิค หารือ "ประยุทธ์-สมคิด" สนใจปล่อยกู้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ชี้นักลงทุนญี่ปุ่น ให้ความสนใจลงทุนเหมือนชาติอื่น เผยชูความร่วมมือ 3 ประเทศญี่ปุ่น-จีน-ไทย สร้างความร่วมมือร่วมกันเป็นโครงการแรกในภูมิภาค
  • สำนักงาน กสทช.และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมทั้งผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ ได้ร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางระงับการออกอากาศผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางที่ไม่ผ่าน อย. และไม่ได้รับอนุญาตโฆษณาออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ โดยจากนี้จะมีเจ้าหน้าที่ อย.มาประจำที่ศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) ที่ผิดกฎหมาย ที่สำนักงาน กสทช. ทำให้สามารถระงับการออกอากาศชั่วคราวได้ทันที
  • เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันวิตกราคาปาล์มจะตกต่ำหนักอีกต่อเนื่องหลังพบสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จ่อแตะ 5 แสนตัน ล่าสุดแม้ว่าก.พลังงานเตรียมจำหน่ายบี 20 ให้กับ ฟลีทรถบรรทุกเพื่อเป็นทางเลือกไม่มั่นใจว่าจะดูดซับได้มากเหตุไม่ใช่มาตรการบังคับ ขณะที่กลุ่มรถบรรทุกยอมรับบี 20 ใช้ได้กับรถรุ่นเก่าเท่านั้นมองแก้ปัญหาปลายเหตุ
  • กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มองว่าเงินบาทมีทิศทางผันผวนและอ่อนค่าต่อเนื่องในไตรมาส 2 หลังเฟดมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และแสดงความมั่นใจต่อสัญญาณการฟื้นตัวของเงินเฟ้อที่เริ่มชัดเจนมากขึ้น โดยเฟดตอกย้ำว่าจะยังคงปรับนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ท่าทีเช่นนี้ทำให้ประเมินว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 2 ครั้งในปี 61หากตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ยังคงตึงตัวและค่าจ้างสามารถปรับตัวสูงขึ้นตามได้อย่างแข็งแกร่ง
  • ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในไตรมาสแรกปีนี้ (มกราคม-มีนาคม 2561) พบว่าเอสเอ็มอีมีการเติบโตดี สอดคล้องกับภาคการผลิตที่ขยายตัวเช่นกัน อาทิ ยอดขายรถยนต์โดยเฉพาะรถกระบะเติบโตสะท้อนกำลังซื้อของภาคประชาชน คาดว่ายอดขายรถยนต์รวมทุกชนิดจะทะลุ 9 แสนคัน ขณะที่ราคาสินค้าเกษตร อาทิ ข้าว ปาล์มก็ปรับสูงขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลยังมีโครงการสำคัญ ๆ อย่างไทยนิยม การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เหล่านี้น่าจะทำให้เอสเอ็มอี ได้อานิสงส์ โดยจะเห็นชัดเจนตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไป

*หุ้นเด่นวันนี้

  • SC (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 4.80 บาท คาดกำไรสุทธิ Q1/61 ที่ 240 ล้านบาท +219% Y-Y แต่ -57% Q-Q ตามฤดูกาล แม้เปิดโครงการใหม่ไม่มาก แต่คาดยอดโอนสูงถึง 2.4 พันล้านบาท จากสินค้าแนวราบเป็นหลัก และแนวโน้มกำไรจะเร่งตัวอีกใน Q2/61 จากการโอนคอนโด Super Luxury 2 แห่ง กว่า 9 พันล้านบาท ใน 2Q-3Q61 และการรุกตลาดแนวราบที่เป็น Mid-to-Low โดยคาดกำไรทั้งปี 2 พันล้านบาท +58% Y-Y ด้าน PE2561 อยู่ที่ 8 เท่า ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและกลุ่มอสังหาที่ 9-10 เท่า
  • SNC (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า 22 บาท งบ Q1/61 ออกมาดีเกินคาดมีกำไรสุทธิ 175 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 47%qoq และ 80%yoy มากกว่าที่คาดไว้ 17% และ Consensus 25% เป็นผลจากพัฒนาการที่ดีขึ้นในทุกไลน์ธุรกิจ ส่วนภาพรวมทั้งปีคาดมีกำไรสุทธิ 480 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 20%yoy
  • IVL (ยูโอบี เคย์เฮียน) คาดกำไรไตรมาส 1/61 เพิ่มขึ้นโดดเด่น QoQ และ YoY รวมถึงดีขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 2/61 ขณะที่ไม่ได้รับผลประทบจากราคาน้ำมันดิบที่เริ่มปรับลดลงหรืออาจมีแรงทำกำไร
  • PTT (เมย์แบงก์ กิมเอ็ง) "ซื้อ"เป้า 58 บาท ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านธุรกิจก๊าซฯ และสำรวจและผลิตผ่าน PTTEP แนวโน้มผลประกอบการ Q1/61 ยังแข็งแกร่ง อีกทั้งยังมี Catalyst จากการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมต่ออายุผ่าน PTTEP ในช่วงที่เหลือของปี 2561 และการ IPO ของธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก ผ่าน PTTOR ในปี 2562 พร้อมคาดกำไรจากการดำเนินงาน Q1/61 ที่ 3.62 หมื่นล้านบาท (+5.8%YoY, -0.5%QoQ) สนับสนุนจากธุรกิจ PTTEP, PTTGC พร้อมปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 61/62 ขึ้นเป็น 1.35 และ 1.37 แสนล้านบาท สะท้อนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบ 60 เหรียญ/บาร์เรล

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ