(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์กรอบแคบ เล็งกลุ่มพลังงานประคองดัชนีฯหลังราคาน้ำมันพุ่ง

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday May 18, 2018 09:42 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ในกรอบแคบ แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ของสหรัฐฯจะขึ้นมาระดับ 3.1% ส่งผลต่อกระแสเงินทุนไหลออก แต่ราคาน้ำมันดิบ Brent ได้ทะลุ 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในระหว่างแล้ว ซึ่งน่าจะช่วยหนุนหุ้นในกลุ่มพลังงานให้มาช่วยประคองดัชนีฯได้ อีกทั้งเชื่อว่าแนวรับแถว 1,745-1,750 จุด น่าจะรับได้อยู่

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้แกว่งทั้งในแดนบวก-ลบสลับกันเล็กน้อยราว 0.2-0.3% พร้อมให้ติดตามปัจจัยในสัปดาห์หน้าในเรื่องตัวเลขผลิตภีณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยงวดไตรมาส 1/61 และรมว.คลังสหรัฐฯจะเสนอแผนจำกัดการลงทุนของบริษัทจีนต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากนี้ยังต้องติดตามความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน เนื่องจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาระบุว่าไม่มั่นใจจะบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับจีนได้

พร้อมให้แนวรับ 1,745-1,750 จุด ส่วนแนวต้าน 1,760 ถัดไป 1,765 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (17 พ.ค.61) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,713.98 จุด ลดลง 54.95 จุด (-0.22%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,720.13 จุด ลดลง 2.33 จุด (-0.09%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,382.47 จุด ลดลง 15.82 จุด (0.21%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 68.83 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 3.20 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 91.82 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 10.28 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 11.28 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 8.35 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 4.18 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (17 พ.ค.61) 1,751.20 จุด เพิ่มขึ้น 0.58 จุด (+0.03%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,233.88 ล้านบาท เมื่อวันที่ 17 พ.ค.61
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (17 พ.ค.61) ปิดทรงตัวที่ 71.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (17 พ.ค.61) ที่ 7.45 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 32.08 แนวโน้มอ่อนค่าตามภูมิภาค มีลุ้นแตะ 32.22
  • "สมคิด" เตรียมฟื้นกลไก ผนึกเศรษฐกิจไทย-เกาหลีใต้รอบ 2 สั่งบีโอไอ ทำนโยบายเฉพาะหนุนลงทุนไทย-อีอีซี พัฒนาเมืองใหม่โครงสร้างพื้นฐาน ด้าน "ล็อตเต้" สนลงทุนปิโตรเคมี-ดิวตี้ฟรีสนามบิน สอบถามนโยบายถือหุ้นข้างมาก ขอขยายเวลาใบอนุญาตทำงาน
  • "อุตตม" เผยไทยเตรียมตั้งคณะทำงานร่วมไทย-เกาหลีใต้ยกร่างแผนความร่วมมือขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 วางกรอบพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ 1.อุตสาหกรรม เป้าหมาย 2.อีอีซี 3.การพัฒนาบุคลากรและ 4.เอสเอ็มอี คาด 2 สัปดาห์สรุปแผนระยะสั้น กลาง และยาว
  • ก.ล.ต.เปิดรับฟังความคิดเห็นเกณฑ์คุมสินทรัพย์ดิจิทัลถึง 30 พ.ค. เสนอนักลงทุนเทรดได้ครั้งละไม่เกิน 3 แสนบาท เป็นบริษัทที่ตั้งโดยกฎหมายไทยทุนจดทะเบียน ขั้นต่ำ 5 ล้านบาท
  • สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีภาวะการค้าภาคบริการของไทยในเดือนมีนาคม 2561 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ติดต่อกัน อยู่ที่ระดับ 108.5 สูงขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ชะลอลง 4.3% เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยสาขาบริการสำคัญที่ขยายตัวดี ได้แก่ การขายปลีก การเงิน การขนส่ง และที่พักแรมและบริการด้านอาหาร ทั้งในไตรมาสแรกปีนี้ดัชนีภาวะ การค้าภาคบริการของไทยขยายตัว 7.8%
  • คมนาคมเผยความคืบหน้าโครงการรถไฟเชื่อมไทย-กัมพูชา คืบหน้ากว่า 50% พร้อมเตรียมส่งมอบรถไฟดีเซลรางเชื่อม อรัญประเทศ-ปอยเปต ก.ค.นี้

*หุ้นเด่นวันนี้

  • BANPU (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า 28 บาท ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดของปีมาแล้ว ขณะที่ระยะสั้นได้ Sentiment บวกจากราคาถ่านหินเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 108.75 เหรียญสหรัฐ/ตัน สูงสุดในรอบ 4 เดือน จากอุปทานตึงตัวในอินเดีย ซึ่งจะเป็นบวกต่อราคาขายถ่านหินในช่วงครึ่งปีหลังเนื่องจากยังมีปริมาณขายบางส่วนยังไม่ได้กำหนดราคาไว้(อิงตาม index)
  • PCSGH (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 13 บาท แนวโน้ม Q2/61 ยังโตโดดเด่น แม้จะเป็น Low Season ของกลุ่มยานยนต์ แต่คาดยังทรงตัวได้ Q-Q และโตสูง 20% Y-Y ที่ราว 190 ล้านบาท เพราะจะได้การผลิตชิ้นส่วนให้กลุ่ม Non-Auto เข้ามาชดเชย ซึ่งมีคำสั่งซื้อเข้ามามากใน 1Q61 และคาดเริ่มส่งมอบตั้งแต่ Q2/61
  • VGI (เมย์แบงก์ กิมเอ็ง) "ซื้อ"ปรับเป้าขึ้นเป็น 10.20 บาท จากกำไรปี 2560/61 ที่ออกมาดีกว่าคาด และมีสัญญาณที่ดีใน Q4 ปี 60/61 ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนกลยุทธ์ O2O เริ่มเห็นผล เช่นเดียวกับทุกหน่วยสื่อขยายตัวได้ดี 13%-80% YoY พร้อมกันนี้ VGI เริ่มกลับมาจ่ายปันผลในอัตราที่สูงขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ในเบื้องต้น การจะเข้าซื้อ Kerry คาดให้ส่วนเพิ่มจากราคาเหมาะสมอีกอย่างน้อย 0.70 บาท/หุ้น

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ