(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นรีบาวด์-เล็งแรงหนุนจากกลุ่มการเงิน แม้กลุ่มพลังงานจะถ่วงหลังราคาน้ำมันร่วง

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday July 17, 2018 09:49 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นได้ แม้ว่าหุ้นในกลุ่มพลังงานจะถ่วงในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่มาก เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมีความสัมพันธ์ไม่น่าจะมาก แต่ตลาดฯอาจได้แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มการเงินหลังจากที่ร่วงไปมากเมื่อวานนี้ อันเป็นผลจากหุ้นบมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) ปรับตัวลง 30% ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับกำไรของกลุ่มการเงิน

แต่ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ผลประกอบการของ KTC ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ จากรายได้ที่เติบโตขึ้น ทำให้น่าจะช่วยให้เกิดแรงซื้อกลับหุ้น KTC ได้ และน่าจะช่วยให้บรรยากาศการลงทุนของกลุ่มการเงินดีขึ้น

นอกจากนี้ วันนี้ก็ให้จับตาการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) ที่มีการประชุมเรื่องมาตรการบัญชีใหม่ IFRS9 ว่าจะมีการเลื่อนบังคับออกไปหรือไม่จากเดิมที่กำหนดในต้นปี 62 ซึ่งถ้าเลื่อนออกไป 1 ปีก็จะทำให้ Sentiment ดีขึ้น

พร้อมให้กรอบการแกว่งไว้ที่ 1,625-1,640 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (16 ก.ค.61) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,064.36 จุด เพิ่มขึ้น 44.95 จุด (+0.18%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,805.72 จุด ลดลง 20.26 จุด (-0.26%) และดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,798.43 จุด ลดลง 2.88 จุด (-0.10%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 8.38 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 7.15 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 88.16 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 14.70 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 0.96 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 7.56 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 0.37 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (16 ก.ค.61) 1,627.69 จุด ลดลง 15.83 จุด (-0.96%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 745.35 ล้านบาท เมื่อวันที่ 16 ก.ค.61
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ส.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (16 ก.ค.61) ปิดที่ 68.06 ดอลลาร์/บาร์เรล ร่วงลง 2.95 ดอลลาร์ หรือ 4.15%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (16 ก.ค.61) ที่ 5.19 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 33.25 แนวโน้มแกว่งแคบ ตลาดรอปัจจัยใหม่หนุนทิศทาง มองกรอบวันนี้ 33.20-33.30
  • แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การประชุมวันที่ 17 ก.ค.นี้ คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพทางบัญชี (กกบ.) ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ที่มีนางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน จะพิจารณาการบังคับใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับใหม่ IFRS9 จากเดิมจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.62 แต่ทางคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) เสนอให้เลื่อนออกไปเป็นปี 65 ซึ่งการประชุมวันนี้จะต้องมีข้อสรุป
  • ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ อนุมัติให้นำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนของบัญชีน้ำมันไปอุดหนุนราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) หรือก๊าซหุงต้ม เพื่อตรึงราคาขายปลีกตลอดทั้งปีให้อยู่ที่ 363 บาทต่อถังขนาด 15 กก. ทำให้สถานะกองทุน ณ วันที่ 15 ก.ค. 2561 ในส่วนบัญชีแอลพีจีติดลบอยู่ 117 ล้านบาท บัญชีน้ำมันมีเงินอยู่ 2.96 หมื่นล้านบาท
  • รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับภาคเอกชน เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มอาหารแช่เยือกแข็ง กลุ่มทูน่า กลุ่มสุกร กลุ่มอาหารสำเร็จรูป ฯลฯ ว่า จากการประเมินสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยเอกชนส่วนใหญ่ประเมินว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกไทยมากกว่าผลกระทบทางลบ ซึ่งกลุ่มอาหารระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบและเชื่อว่าจะสามารถนำเข้าแหล่งวัตถุดิบอาหารทะเลมาได้ในราคาถูกลง โดยเฉพาะวัตถุดิบปลา
  • เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. เปิดเผยว่า สถานการณ์การลงทุนทั่วโลกอยู่ในช่วงขาลง เป็นเพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และปัญหาจากมาตรการตอบโต้สหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งประเทศไทยก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม กอช.มีหน้าที่ดูแลเงินลงทุนของสมาชิก จะต้องมีการติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยปรับแผนการลงทุนให้เหมาะสมอยู่เสมอเพื่อป้องกันและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

*หุ้นเด่นวันนี้

  • EPG (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า 9 บาท ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และเป็นหุ้นที่ได้ผลบวกจากราคาน้ำมันที่ลดลง และค่าเงินบาทอ่อนค่า
  • SVI (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 4.90 บาท คาดกำไรสุทธิ Q2/61 ที่ 218 ล้านบาท (+241% Q-Q, +74% Y-Y) ทำจุดสูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส จากรายได้ที่โต 5 ไตรมาสติดต่อกัน ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ US$114 ล้าน และเงินบาทที่เริ่มกลับมาอ่อนค่า ขณะที่ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบได้คลี่คลายจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ แนวโน้ม H2/61 จะโตดีต่อเนื่อง เพราะฐานปีก่อนต่ำ และ Q3/61 เป็น High Season โดยคาดทั้งปีทำได้ 656 ล้านบาท +33% Y-Y และปีหน้า 767 ลบ. +17% Y-Y
  • QH (กสิกรไทย) "ซื้อ" เป้า 3.80 บาท กำไรไตรมาส 2/61 คาดไว้ที่ 865 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4% YoY และ 2.4% QoQ โดยการเติบโต YoY หลัก ๆ มาจากการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของ GPM ขณะที่การเติบโตของรายได้ถือเป็นส่วนผลักดันการเติบโต QoQ ทั้งนี้ยอดขายของโครงการ คิว สุขุมวิท ที่การก่อสร้างจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3/61 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม เนื่องจากอาจสร้าง upside risk ต่อประมาณการกำไรของกสิกรไทยและตลาดได้ เนื่องจากยังคงมีมุมมองเป็นบวกที่ไม่มากนักต่อพัฒนาการขายของโครงการนี้ที่สร้างยอดขายเพิ่มได้เพียง 2-3% ของมูลค่าโครงการทั้งหมดที่ราว 1 หมื่นล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ